คิกออฟอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่จะนำร่องเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดส เข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตโดยไม่ต้องกักตัว และเมื่ออยู่ภูเก็ตครบ 14 วัน สามารถเดินทางไปได้ทุกที่ทั่วประเทศไทย
โดยวานนี้ (1 ก.ค.) มีนักท่องเที่ยวชุดแรกเดินทางเข้าภูเก็ตรวม 300 คน ผ่าน 4 สายการบิน ขณะที่ตลอดเดือน ก.ค. นี้ มียอดบุ๊คกิ้งจองตั๋วเครื่องบินเข้าภูเก็ตแล้ว 11,894 คน คิดเป็นเที่ยวบินทั้งหมดประมาณ 426 เที่ยวบิน หรือ เฉลี่ย 13 เที่ยวบินต่อวัน
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาภูเก็ต 1 แสนคน ในช่วง 3 เดือนแรก (ก.ค.-ก.ย.) หลังเปิดเมือง และสร้างรายได้รวม 8.9 พันล้านบาท ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจภูเก็ตซึ่งพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 90% ให้กลับมาคึกคัก
และถ้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ประสบความสำเร็จ ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เกิดการระบาดรอบใหม่ ก็จะขยายการเปิดเมืองไปยังพื้นที่อื่นๆ ซึ่งตามไทม์ไลน์สถานที่ต่อไป คือ 3 เกาะ “เกาะสมุย-เกาะพะงัน-เกาะเต่า” ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 15 ก.ค. นี้
การเปิดเมืองภูเก็ตครั้งนี้น่าจะทำให้หลายๆ ธุรกิจในพื้นที่คึกคักขึ้น หลังจากที่ถูกพิษโควิด-19 เล่นงานมาแล้วหลายรอบ เริ่มตั้งแต่สนามบินซึ่งถือเป็นด่านแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยว แน่นอนว่าบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ ในฐานะที่เป็นเจ้าของสัมปทานสนามบินภูเก็ต
ตามด้วยบรรดาสายการบินที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ หลักๆ คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ที่เปิดเที่ยวบินตรง 16 เส้นทางบิน เข้าภูเก็ตในช่วงไตรมาส 3 นี้ เป็นเส้นทางเอเชีย 10 เส้นทางบิน, ยุโรป 5 เส้นทางบิน และออสเตรเลีย 1 เส้นทางบิน
นำร่องด้วยเส้นทางบินจากยุโรป ได้แก่ โคเปนเฮเกน, แฟรงก์เฟิร์ต, ปารีส ทุกวันศุกร์ และลอนดอน, ซูริก ทุกวันเสาร์ โดยในช่วงแรกบริษัทมองว่าบรรยากาศอาจไม่ค่อยคึกคัก นักท่องเที่ยวน่าจะรอดูสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ก่อน หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศยังสูง แต่จะเริ่มคึกคักขึ้นช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเข้าสู่ไฮซีซั่น ช่วยหนุนผลประกอบการของการบินไทยที่ขณะนี้อยู่ในช่วงการฟื้นฟูกิจการ
ขณะที่สายการบินในประเทศน่าจะคึกคักขึ้นเช่นกัน ทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆ หลังอยู่ภูเก็ตครบ 14 วัน ส่วนนักท่องเที่ยวไทยน่าจะเดินทางเข้าภูเก็ตมากขึ้น หลังเริ่มได้รับวัคซีนกันแล้ว โดยมีข้อกำหนดว่าจะต้องได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม หรือ แอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม
โดยสายการบินที่จะได้รับประโยชน์ที่สุดคงเป็น “ไทยแอร์เอเชีย” ของบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสต์ที่มีไฟลม์บินเข้าภูเก็ตมากที่สุด
และแน่นอนว่าเมื่อเข้ามาแล้วต้องพักในโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน “SHA Plus” ของ ททท. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครือโรงแรมดังๆ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระเป๋าหนักที่พร้อมจ่าย อยากพักในโรงแรมดีๆ ซึ่งก็มีอยู่หลายแห่งทั้งบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ที่วางแผนกลับมาเปิดโรงแรมในภูเก็ตทั้ง 3 แห่ง ในเดือน ก.ค. นี้ และตั้งเป้าอัตราการเข้าพักโรงแรมในภูเก็ตช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 ไว้ที่ 25% และเพิ่มเป็น 50% ในไตรมาส 4 ปี 2564
ส่วนบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT นอกจากจะมีโรงแรม ก็ยังมีโครงการบ้านพักในรูปแบบวิลล่า, เรสซิเดนซ์ ที่เปิดขายในพื้นที่อีกด้วย ด้านบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC แจ้งว่ายอดจองห้องพักในภูเก็ตตอนนี้แตะ 50% แล้ว เช่นเดียวกับบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ที่ระบุว่ามียอดจองห้องพักโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ในเดือนก.ค. นี้ 40%
ไปดูที่ธุรกิจค้าปลีกจะได้รับอานิสงส์จากการเปิดเมืองเช่นกัน ผู้ประกอบการรายใหญ่ในพื้นที่มีกลุ่มเซ็นทรัล ภายใต้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC มีห้างใหญ่ใจกลางเมือง ทั้ง เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต, เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า, ปอร์โต เดอ ภูเก็ต ส่วนเซ็นทรัล ป่าตอง ปิดให้บริการชั่วคราวมาตั้งแต่ช่วงเดือนก.พ. เพราะส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างชาติ
ส่วนบริษัท บางกอก เดค-คอน จำกัด (มหาชน) หรือ BKD และบริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7UP จะได้ประโยชน์จากการขายน้ำประปาในพื้นที่ ด้านบริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT ซึ่งมีกลุ่มโรงแรมเป็นฐานลูกค้าหลัก เมื่อเริ่มมีการเปิดห้องพัก ลูกค้าจะต้องทำความสะอาด ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ เรียกใช้บริการของบริษัทมากขึ้น ส่วนบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE เป็นผู้ประกอบการอสังหาฯ ในพื้นที่ ยอดขายน่าจะเริ่มทยอยฟื้นตัวดีขึ้นตามภาพรวมเศรษฐกิจ








