Property Sector (24 มิ.ย.64)

Property Sector (24 มิ.ย.64)

อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่วัฏจักรการฟื้ นตัว

Event

อัพเดตแนวโน้มกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

Impact

อัตรา Take up rate ยังอ่อนแอ

ในเดือนพฤษภาคม 2564 อัตรา take-up rate ยังคงอ่อนแออยู่ที่ 17% เนื่องจากกิจกรรมการเปิดตัวโครงการใหม่ยังซบเซา และ 87% ของโครงการที่เปิดใหม่เป็นโครงการแนวราบ เมื่อแบ่งตามประเภทเราพบว่าอัตรา take up rate เฉลี่ย moving average 3 เดือนของโครงการแนวราบค่อนข้างมีเสถียรภาพ
มากกว่าโครงการคอนโดมิเนียม (Figure 2 และ Figure 4) โดยภาพรวม เรายังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนในระยะสั้น และคาดว่าผู้ประกอบการจะยังคงจัดแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อระบายโครงการที่สร้างเสร็จแล้วออกไปใน 2Q64F

ยอดเปิดโครงการใหม่ยังคงไม่คึกคักใน 2Q64F

ตามข้อมูลของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เราศึกษาอยู่ เราคาดว่ามูลค่าโครงการที่เปิดใหม่ใน 2Q64F จะฟื้นตัวขึ้นจากฐานที่ต่ำเป็นราว 3 หมื่นล้านบาท (+57% YoY, +190% QoQ) โดย 67% จะเป็นโครงการแนวราบ ซึ่งเมื่อมองในแง่ตัวเลขการเปิดตัวแล้วถือว่ายังไม่คึกคักนัก โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ใน 1H64F เนื่องจาก 71% ของโครงการที่มีแผนจะเปิดใหม่ในปีนี้จะอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี เราคาดว่าภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์จะทยอยเป็นบวกมากขึ้นใน 2H64F หลังจากที่มีการเปิดโครงการใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาในตลาดท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น

กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัฏจักรการฟื้นตัว

ถึงแม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังคงอยู่ในวัฏจักรขาลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ 2H62 แต่เราพบว่าฝั่งอุปทานได้มีการปรับตัวแล้วจากการที่ i) สินค้าคงคลังของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดใน 1Q64 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยห้าปีย้อนหลังแล้ว (Figure 8 ถึง Figure 10) และ ii) เราคาดว่าสัดส่วนสินค้าคงคลังต่อยอดขายผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 2563 (Figure 11) สำหรับในระยะต่อไป เรามองว่าฝั่งอุปสงค์จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะผูกอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ 2H64F เป็นต้นไป เรามองว่าอุปสงค์โครงการแนวราบจะยังคงแข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ในขณะที่การฟื้นตัวของอุปสงค์คอนโดมิเนียมจะเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ภาวะโดยรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นบวกในอนาคต

Valuation & action

สำหรับในระยะต่อไป เราคาดว่าฝั่งอุปสงค์จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง หลังจากที่มีการปรับตัวในฝั่งอุปทานไปแล้ว ในขณะเดียวกัน เราคิดว่ายังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะเห็นแนวโน้มบวกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ชัดเจนขึ้น เรายังคงให้น้ำหนักกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ Neutral โดยเลือก Supalai
(SPALI.BK/SPALI TB)* (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 27.50 บาท) และ AP (Thailand) (AP.BK/AP TB)* (ซื้อราคาเป้าหมาย 11.50 บาท) เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม

Risks

ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอลง และ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่