แนวรับสำคัญ 1,600 จุด (21 มิ.ย.64)

แนวรับสำคัญ 1,600 จุด (21 มิ.ย.64)

วันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวลงในช่วงเช้าถึงประมาณ -13 จุด จากความกังวลในเรื่องที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 2 ครั้งในปี 2566 ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ 1 ปี

แต่ดัชนีสามารถรีบาวด์ได้ในช่วงบ่าย ประกอบกับเงินบาทที่อ่อนค่าอาจส่งผลให้เม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,612.98 จุด -4.67 จุด -0.29% มูลค่าการซื้อขาย 110,189 ลบ.ต่างชาติ -2,249.96 ลบ. TFEX -2,248 สัญญา ตราสารหนี้ +2,148.90 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ +0.8% ปิด $71.64 ต่อบาร์เรล +1% ในรอบสัปดาห์ เนื่องจากนลท.คาดว่าอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกจะฟื้นตัวขึ้นจากประเทศต่างๆ เริ่มเปิดเศรษฐกิจหลังคลายล็อกดาวน์
+ รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า CPI พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสดซึ่งมีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี ได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นและเป็นสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญกับภาวะอ่อนแอ
+ BOJ มีมติคงคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% และคงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ 0%
+ กทม.ผ่อนคลายเปิด 8 กิจการ-กิจกรรม นั่งทานในร้านไม่เกิน 23 น.เริ่ม 21 มิ.ย.
+ ฟิทช์ เรตติ้ง คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ BBB+ และมีมุมมอง “มีเสถียรภาพ” เนื่องจากภาคการคลังสาธารณะมีความแข็งแกร่งจากการบริหารจัดการทางการคลังอย่างรอบคอบและเป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 533.37 จุด -1.58% ร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบสัปดาห์นี้นับตั้งแต่เดือนต.ค. 2563 นลท.เทขายหุ้นจากความวิตกว่า FED อาจจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
- FDA ของสหรัฐประกาศเตือนว่า ผลการวิจัยครั้งใหม่จากประเทศอังกฤษพบว่า การติดเชื้อโควิด-19 ก่อให้เกิดความเสียหายของเนื้อเยื่อสมองในระยะยาว
- ธนาคารกลางอินเดียเปิดเผยรายงานประจำเดือนมิ.ย.ระบุว่า การแพร่ระบาดรอบที่สองของโควิด-19 อาจทำให้ผลผลิตทางเศรษฐกิจของอินเดียได้รับความเสียหายสูงถึง 2.711 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2564
- นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า คาดว่ามีโอกาสมากขึ้นที่ธนาคารกลางจีนจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจาก FED ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ 1 ปี
- อังกฤษพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 9,284 ราย ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาจระบาดรอบ 3
-จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในไทยอยู่ที่ระดับ 3 พันคน ขณะที่การฉีดวัคซีนที่ฉีดไปแล้วเกือบ 7.6 ล้านโดสคิดเป็น 7.6% ของเป้าฉีด 100 ล้านโดสภายในปี 64

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยนักลงทุนมีความกังวลว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดของเฟด จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ยังทรงตัวในระดับสูงอาจช่วยประคองตลาดได้บางส่วน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,600-1,620 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นที่เข้าคำนวณ SET50 มีผล 30 มิ.ย. : เข้า STGT, IRPC, STA, KCE ออก AWC, BAM, TOA, VGI , SET 100 : STGT, NRF, PSL, PTL, SYNEX, SINGER, ICHI, TKN, AAV ออก : AWC, BAM, TOA, VGI
• หุ้นเข้าคำนวณเข้าดัชนี FTSE SET Large Cap Index มีผล 21 มิ.ย. : เข้า KTC ,OR ออก EGCO ,TRUE , FTSE SET Mid Cap Index : เข้า BEC, DCC, EGCO, JMART, KEX, PTL, PSL, RBF, RCL, SAK, STARK, TTA ,TRUE ออก KTC
• หุ้นกลุ่ม Reopening MINT ERW CENTEL SHR AOT BA AAV CPN CRC MBK AU M ZEN SPA
• ดัชนีค่าระวางเรือปรับตัวขึ้น TTA PSL RCL
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาทองแดงที่ปรับตัวลง KCE HANA DELTA TEAM
• หุ้นที่เข้าคำนวณ FTSE มีผลบังคับใช้ราคาปิดวันที่ 18 มิ.ย. Large Cap : เข้า OR SCGP ไม่มีออก ,Mid Cap :ไม่มีเข้าและออก , Small Cap : เข้า KEX ออก THAI ,Micro Cap : เข้า JR, NEX, NRF, RT, SA, SO ไม่มีออก

หุ้นรายงานพิเศษ

                     VIBHA Bloomberg Concensus 2.45 บาท “Neutral”

•แนวโน้มรายได้ 2Q64 เติบโต YoY และ QoQ ตามจำนวนคนไข้ IPD และ OPD ที่ฟื้นตัวขึ้นจากฐานต่ำในปี 63 เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับบริษัทมีรายได้จากการตรวจเชื้อโควิด-19 ซึ่งช่วงเดือนเม.ย.- พ.ค.64 มียอดตรวจแบบ Drive-thru รวมราว 1.4 หมื่นราย เทียบกับงวด 1Q64 ที่มียอดตรวจ 1.5 พันราย ขณะที่กำลังการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้ง VIBHA และ รพ.ในเครือทั้งหมด แบ่งเป็น 1) กลุ่มสีเขียว Hospitel รองรับ 400-500 คน (1 ห้อง 2 คน) 2) กลุ่มสีเหลือง 150 เตียง และ 3) สีแดง ICU 80-90 เตียง ซึ่งปัจจุบันมีการใช้บริการเกือบเต็ม ทำให้คาดว่าบริษัทจะมีรายได้จากการตรวจและการรักษาเชื้อโควิด-19 ในงวด 2Q64 คิดเป็น 20-30% ของรายได้จากการรักษาพยาบาลรวม

•ประเด็นอื่นๆ: 1) แนวโน้ม 2H64 ต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 อีกครั้ง 2) ปัจจุบันมีให้บริการตรวจภูมิหลังฉีดวัคซีนโควิด คิดราคา 1,500 บาท/ครั้ง 3) เปิดให้จอง Moderna 16-27 มิ.ย.64 คิดราคา 3,800 บาท/2 โดส ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 10,000 โดสโดยจะเริ่มส่งมอบล็อตแรกช่วงเดือน ต.ค.64 4) ส่วนแบ่งกำไรขาดทุนจากบริษัทร่วมในปีนี้คาดจะพลิกเป็นบวกจากปี 63 ขาดทุน 62 ลบ. เนื่องจากเคสผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปีก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการถูกเรียกคืนเงินค่าภาระโรคร้ายแรง (DRG>2) ราว 30 ลบ. ความเห็น มุมมอง “Neutral” สำหรับแนวโน้มปี 64 คาดหวังสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง จะช่วยหนุนจำนวนคนไข้ในและคนไข้นอกให้กลับสู่ภาวะปกติ ส่วนการเปิดจองวัคซีน Moderna อีกครั้ง มองเป็น Neutral เช่นกัน เนื่องจากนโยบายภาครัฐที่เร่งฉีดวัคซีนก่อนหน้านี้ ส่งผลให้แนวโน้มผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนกับรพ.เอกชนลดลง

หุ้นมีข่าว

(+) APCS ( ฺBloomberg Consensus - บาท) เข้าสู่ช่วง Turnaround ผลงานโตก้าวกระโดด ส่องแนวโน้ม Q2/2564 โดดเด่นรายได้โตทุกธุรกิจ ขณะที่คาดกำไรครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก จ่อรับรู้รายได้จากการส่งมอบงานในมือที่มีอยู่กว่า 4,901 ล้านบาท ส่วนรายได้ทั้งปีคาดโต 40% มี Upside จากการนำบริษัทลูกจดทะเบียนในตลาด และการขายทิ้งธุรกิจน้ำ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BGC ( ฺBloomberg Consensus 11.00 บาท) รับทรัพย์คลายล็อกร้านอาหาร-เปิดประเทศ หนุนดีมานด์ใช้ผลิตภัณฑ์ขวดแก้วเพิ่ม เล็งเพิ่มกำลังการผลิตจากเตาหลอมแก้วใหม่ 20-30% เผยยอดส่งออกปรับตัวดีขึ้น หวังเพิ่มสัดส่วนส่งออกเป็น 15-20% ภายในปี 2568 (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ASW (Bloomberg Consensus - บาท) “แอสเซทไวส์” จับมือ “บิทคับ” เพิ่มทางเลือกในการแลกเงินดิจิทัล (คริปโทเคอเรนซี) เป็นเงินบาท เพื่อซื้อบ้านและคอนโดฯ หวังขยายฐานลูกค้ากลุ่ม New Gen มั่นใจรายได้ปีนี้ตามนัดพุ่ง 5 พันล้านบาท หลังแนวโน้มไตรมาส 2/64 โตต่อเนื่อง ขณะที่ครึ่งปีหลังเตรียมโอน 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3,900 ล้านบาท พร้อมลุยเปิดใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 7,381 ล้านบาท นอกจากนี้เล็งหาพันธมิตรร่วมทุนต่อเนื่อง(ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) IVL (Bloomberg Consensus 54.00 บาท) “ไอวีแอล” เจรจาซื้อธุรกิจ “Oxiteno” ผู้ผลิตสารลดแรงตึงผิวแบบบูรณาการในทวีปอเมริกา และใหญ่ที่สุดในภูมิภาคละตินอเมริกาของเครือ Ultrapar ในบราซิล หวังเสริมธุรกิจออกไซด์ และอนุพันธ์แบบบูรณาการ (IOD) (ที่มา ข่าวหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ

สัปดาห์ที่ 4 ก.พาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า

23 มิ.ย. ประชุม กนง. ครั้งที่ 4/2564

24 มิ.ย. ส.อ.ท. แถลงยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

สัปดาห์ที่ 5 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค สศอ. แถลงดัชนีอุตสาหกรรม

30 มิ.ย. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

ต่างประเทศ

21 มิ.ย. ธนาคารกลางจีนกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR

22 มิ.ย. สหรัฐรายงานยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ค.

23 มิ.ย. BOJ เปิดเผยรายงานการประชุม

EU & US เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการขั้นต้นเดือนมิ.ย.จากมาร์กิต สหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ค. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

24 มิ.ย. ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย

สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ค. ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/64

25 มิ.ย. สหรัฐรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนพ.ค.