คลังพร้อมเพิ่มสิทธิร่วมโครงการ”คนละครึ่งเฟส3”หากความต้องการมากกว่า 31 ล้านคน หลังยอดลงทะเบียนวันแรกพุ่งกว่า 23 ล้านคน
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า วานนี้(14มิ.ย.)รัฐบาล โดยกระทรวงการคลังได้เปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ”คนละครึ่งเฟส 3 “ได้ลงทะเบียนเพื่อแสดงสิทธิเข้าร่วมโครงการ โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น.ผ่าน www.คนละครึ่ง.com และ แอพลิเคชั่นเป๋าตัง ผลปรากฏ มีผู้สนใจเข้าร่วมลงทะเบียนจำนวนมาก โดยเฉพาะการลงทะเบียนผ่านแอพลิเคชั่นเป๋าตัง ซึ่งเป็นช่องทางการลงทะเบียนของผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการต่างๆของรัฐ อาทิ ชิมช้อปใช้ เราเที่ยวด้วยกัน หรือ คนละครึ่งเฟส 1 และ 2 ทำให้ระบบล่มและอืดในช่วงเช้า แต่ยังสามารถลงทะเบียนได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่วนการลงทะเบียนผ่านเว็ปไซต์สามารถลงได้ตามปกติ
ทั้งนี้ เพียงชั่วโมงครึ่ง นับตั้งแต่เปิดให้ลงทะเบียนในช่วงเวลาดังกล่าว ยอดการลงทะเบียนพุ่งไปกว่า 11 ล้านคน และเพิ่มเป็น 20 ล้านคนใน 4 ชั่วโมงแรก และเพิ่มเป็น 23 ล้านคน เมื่อปิดลงทะเบียน อย่างไรก็ดี สำหรับวานนี้ระบบยังได้เปิดให้ลงทะเบียนได้ถึงเวลา 22.00 น.
นางสาวกุลยากล่าวว่า ยอดการลงทะเบียนดังกล่าวเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังได้คาดการณ์ไว้ โดยได้คำนวณผู้ที่มีสิทธิไว้ครอบคลุม 31 ล้านคน อย่างไรก็ตาม หากมีผู้สนใจมากกว่านั้น เราสามารถพิจารณาขอนโยบายปรับเพิ่มจำนวนผู้มีสิทธิได้ แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ”ยิ่งใช้ยิ่งได้”ด้วยว่า จะต่ำกว่าเป้าหมายหรือไม่และจำนวนเท่าใด เพื่อนำมาพิจารณาปรับเพิ่มสิทธิในโครงการ”คนละครึ่งเฟส 3 ทั้งนี้ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ กำหนดเป้าหมายจำนวนผู้สิทธิไว้ที่ 4 ล้านคน
สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 นี้ ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่าย 50% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าบริการ (นวด สปา ทำผมทำเล็บ ค่าเดินทางโดยบริการขนส่งสาธารณะหรือขนส่งมวลชนสาธารณะ) ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ
ทั้งนี้ ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 1,500 บาทต่อคน ในแต่ละรอบ รอบแรกตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2564 และรอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ
ผู้ที่มีสิทธิ คือ ประชาชนสัญชาติไทยที่มีบัตรประจำตัวประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรือไม่ใช้สิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้
ผู้ที่เคยรับสิทธิโครงการของรัฐ อาทิ ชิมช้อปใช้ เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง เราชนะ ม.33 เรารักกัน เราชนะ เป็นต้น หรือที่เคยใช้บริการกระเป๋าตังสุขภาพ หรือ วอลเล็ต สบม. สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นการยืนยันเข้าร่วมโครงการ หรือจะลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com ก็ได้
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการดังกล่าวข้างต้น สามารถลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะได้รับ SMS แจ้งสิทธิภายใน 3 วัน จากนั้น ขอให้ท่านยืนยันตัวตนผ่านช่องทาง ได้แก่ 1.ผู้ที่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกับธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน (ธนาคารกรุงไทยฯ) แล้ว สามารถสแกนใบหน้าเพื่อใช้งานแอปพลิเคชันได้เลย หรือ 2.ผู้ที่มีแอปพลิเคชัน KrungthaiNext สามารถยืนยันตัวตนผ่าน KrungthaiNext ได้
3.ผู้ที่ไม่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนกับธนาคารกรุงไทยฯ ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปยืนยันตัวตนที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยฯและสแกนใบหน้าอีกครั้งหนึ่งก็จะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วจะสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 ในเวลา 06.00 น.– 23.00 น.
โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวด้วยว่า กรณีผู้รับสิทธิคนละครึ่งเฟสสามแล้ว หากต้องการจะเปลี่ยนไปรับสิทธิโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับประชาชนในวันที่ 21 มิ.ย.2564 เวลา 06.00 น. - 22.00 น.จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายในวันที่ 28 มิ.ย. 2564 เวลา 22.00 น. ซึ่งถือเป็นการสละสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ที่ได้รับสิทธิทันที









