ปรับสูงขึ้น (14 มิ.ย.64)

ปรับสูงขึ้น (14 มิ.ย.64)

เก็งกำไร MTC TTA SELIC

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดดัชนีฯ ปรับสูงขึ้น แนวรับ 1625 / 1620 จุด แนวต้าน 1645 / 1650 จุด แนะนำ เก็งกำไร MTC TTA SELIC สัญญาณทางเทคนิคยังคงเป็นบวกและอยู่ในกรอบขาขึ้น (Higher High) ขณะที่ภาพรวมการลงทุนก็เป็นบวก อิงการสามารถสลับกลุ่มลงทุนได้ (เปลี่ยนจากหุ้นเก็งกำไรขนาดเล็กและกลาง เช่น รับเหมาก่อสร้าง สื่อและสิ่งพิมพ์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มาเป็นหุ้นบลูชิพที่ Laggard เช่น กลุ่มธนาคาร เงินทุนและหลักทรัพย์ ท่องเที่ยว พาณิชย์ทดแทน) ปัจจัยลบ คือ การลงทุนของนักลงทุนสถาบันฯ คาดว่าจะชะลอลงทุน เพื่อรอความชัดเจนของ 1. ผลประชุมเฟดกลางสัปดาห์นี้ 2. ความไม่แน่นอนของปริมาณวัคซีน หลัง AstraZeneca ขอเลื่อนส่งมอบ COVID-19 ไป 2 วัน 3. การทบทวนรายไตรมาสของ FTSE Rebalance Index (มีผลวันศุกร์นี้) และการปร ะกาศหุ้นคำนวณใหม่ ในดัชนี SET50/SET100 Index ส่วนปัจจัยบวก คือ นายกฯ สั่งเปิด 5 ธุรกิจเพิ่มเติมในกทม. ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. และอนุมัติโครงการ Phuket Sandbox

ประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม

       - รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังปริมาณฉีดวัคซีนสะสมพุ่งขึ้นและจำนวนผู้ติดเชื้อทรงตัว (+หุ้น Laggard เช่น กลุ่มค้าปลีก โรงแรม โรงพยาบาล การเดินทางท่องเที่ยว การเงิน)

       - Opportunity day วันนี้ GLOCON APCO AWC PORT SCM SMT

       - นายกฯ จอห์นสัน ของ UK ตัดสินใจเกี่ยวกับกำหนดการสิ้นสุดมาตรการล็อกดาวน์จะเปลี่ยนแปลงจากเดิมวันที่ 21 มิ.ย. ได้หรือไม่ (+กลุ่มอิงท่องเที่ยวและการเดินทาง หากคงมาตรการผ่อนคลาย)

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้

NATO-ประชุมที่บรัสเซล หารือประเด็น Climate Change, การโจมตีทางไซเบอร์ของ รัสเซีย / EU, Japan-รายงาน Industrial Production เดือน เม.ย. คาด 0.3% MoM (Vs เดือน มี.ค. +0.1% MoM) และ 2.5% (Vs 1.7%) / USA-Consumer Inflation Expectations เดือน พ.ค. คาด 3.8% (Vs เดือน เม.ย. 3.4%)

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

+ ตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดบวก: ตลาดหุ้นไทยยืนในแดนบวกตลอดการซื้อขายในกรอบ 1628.14-1636.92 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2019 ที่ 1636.56 จุด +11.29 จุด +0.69% วอลุ่ม 1.06 แสนล้านบาท นำขึ้นโดยกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์+2.98% บริการรับเหมาก่อสร้าง +2.62% เงินทุนและหลักทรัพย์ +1.51% ธนาคาร +1.31% หุ้นบวก >4% AOT BANPU TIDLOR GUNKUL CK LANNA SITHAI AGE ASIMAR MVP TCC PDI PAF SLP MIDA หุ้นลบ >4% RCL KCE NER ROJNA EFORL SONIC KSL SR DDD TH

+ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปิดบวก: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก DJ +0.04% (+13.36 จุด) S&P500 +0.19% Nasdaq +0.35% โดยมีแรงหนุนจากยิลด์พันธับตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลง แตะระดับต่ำสุดรอบสามสัปดาห์ 1.43% ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก DAX +0.78% CAC40 +0.83% FTSE +0.65% จากคาดว่าธนาคารกลางรายใหญ่ยังคงดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไป นำขึ้นโดยห้นุ กลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มเดินทางและสันทนาการ (สัปดาห์ที่ผ่านมา DJ -0.8% WoW S&P500 +0.4% WoW Nasdaq +1.85% WoW CAC40+1.3% WoW FTSE +0.92%WoW DAX ไม่เปลี่ยนแปลง)

+ น้ำมันดิบและทองคำปิดบวก: น้ำมันดิบโลกปิดสูงสุดรอบกว่า 2 ปี WTI +62 เซนต์ ปิดที่ USD70.91/บาร์เรล Brent +17 เซนต์ ปิดที่ USD72.69/บาร์เรล รับข่าว IEA คาดอุปสงค์น้ำมันดิบโลกปี 2021-22E เพิ่มขึ้น 5.4 และ 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังจากลดลง 8.6 ล้านบาร์เรล ในปี 2020 และเร่งกลุ่มโอเปคพลัสเพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อรองรับการฟื้นตัวของอุปสงค์ ส่วนราคาทองคำโลกปิดร่วงแรง -USD16.80 ปิดที่ USD1,879.60/ออนซ์ ต่ำสุดรอบสัปดาห์ เพราะแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัยและการกลับมาแข็งค่าของ USD (สัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำมันดิบโลกปรับสูงขึ้น WTI +1.85% WoW Brent +1.1% WoW ทองคำ -0.7% WoW)

ประเด็นสำคัญ

+ Fund Flow: สัปดาห์ที่ผ่านมา (7-11 มิ.ย.) พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นเอเชีย 6 ชาติ ไม่รวมญี่ปุ่น ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 +USD1,225mn (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า +USD2,414mn) โดยซื้อทุกตลาด ยกเว้นตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ส่วนตลาดหุ้นไทยซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง +USD115mn (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า +USD1,676mn)

+ กลุ่มธนาคาร: ธปท. ประกาศให้ 1. ต่ออายุมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ SME ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 100 ล้านบาท จนถึงสิ้นปีนี้ (ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด NPL) 2. อนุญาตให้ธนาคารจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1H21E ได้ โดยไม่เกินอัตรา Payout ที่จ่ายในปี 2020 และไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิ 1H21 (งดการซื้อหุ้นคืนห้ามไถ่ถอนหรือซื้อคืนตลาดตราสารการเงินกองทุนก่อนครบกำหนด) 3. อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะขยายระยะเวลาลดอัตราการนำส่งเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ จาก 0.46% เป็น 0.23% ต่อปีที่จะสิ้นสุดสิ้นปี 2021 (เพิ่ม NIM ดีขึ้น)

- ดอกเบี้ย: ธนาคารกลางรัสเซีย เป็นธนาคารกลางแรกที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 50 Bps เป็น 5.5% และส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง อิงเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นกว่า 6% เทียบกับระดับเป้าหมาย 4%

- IMF: กังวลเอลซาวาดอร์ใช้บิตคอยน์ชำระหนี้ตามกฎหมาย อาจกระทบเศรษฐกิจและการเงิน รวมถึงกระทบต่อการให้ความช่วยเหลือที่ IMF สนับสนุนอยู่ใน
ขณะนี้

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: MTC KCE CPN

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: MTC TTA SELIC

Derivatives: แนะเปิด Long S50M21 เก็งกำไรหลัง 10:30 น. (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)

แท็กที่เกี่ยวข้องการเงินปรับสูงขึ้น