ปรับสูงขึ้น (7 มิ.ย.64)

ปรับสูงขึ้น (7 มิ.ย.64)

เก็งกำไร LHFG ROJNA ASP

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดดัชนีฯ ปรับสูงขึ้น แนวรับ 1607 / 1600 จุด แนวต้าน 1625 / 1640 จุด แนะนำ เก็งกำไร LHFG ROJNA ASP ปัจจัยลบ คือ สัญญาณทางเทคนิคเตือนถึงการปรับฐานระยะสั้น ปัจจัยบวก คือ 1. การคลายกังวลว่าผลประชุมเฟดกลางเดือน มิ.ย. จะเร่งคุมเข้มนโยบายการเงิน หลังตัวเลขจ้างงานเดือน พ.ค. สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด 559k (Vs คาด 671k และเดือน เม.ย.278k) 2. ศบศ. มีมติเห็นชอบตามแผนเดิม โดยเปิดภูเก็ตในวันที่ 1 ก.ค. ส่วนพื้นที่อื่น ๆ รอดูเคสภูเก็ต 1 - 2 เดือน

ประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม

      - รัฐบาลเริ่มแผนฉีดปูพรมทั่วประเทศในวันที่ 7 มิ.ย. จำนวน 6 ล้านโดส ภายในเดือนมิ.ย. (คาดการฉีดวัคซีนอาจสูงกว่า 2 แสนโดสต่อวัน ช่วยหนุนโอกาสผ่อนคลายล็อกดาวน์)

      - รัฐบาลกำลังพิจารณาใช้เงินจากพ.ร.ก. 5 แสนล้านบาท หนุนมาตการ co-pay ช่วยแชร์ค่าจ้างกลุ่มบริษัทขนาดกลาง

      - Opportunity day วันนี้ KEX MEGA DDD NER TK TQM BJC

      - จีนรายงานดุลการค้าเดือน พ.ค. คาดส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียและสินค้าโภคภัณฑ์ หากมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

      - Apple จัดงานประจำปี Worldwide Developers Conference (ถึงวันอังคาร) เพื่อเสนอ hardware และ software ใหม่

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้

IAEA ประชุม (ถึงวันอังคาร) หารือประเด็นอิหร่าน / China-ดุลการค้าเดือน พ.ค. คาดเกินดุล +USD50.5bn ส่งออกเดือน พ.ค. +20% YoY (Vs เดือน เม.ย. 32.3% YoY) นำเข้าเดือน พ.ค. +25% YoY (Vs เดือน เม.ย. 43.1% YoY) / Japan-Leading Economic Index เดือน เม.ย. คาด 102 (Vs เดือน มี.ค. 102.5) / Germany-Factory Orders เดือน เม.ย. คาด +1.5% MoM (Vs เดือน มี.ค. 3% MoM)

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

- ตลาดหุ้นไทยกลับมาอ่อนตัว: ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ 1611.89-1622.89 จุดก่อนมาปิดตลาดที่ 1611.53 จุด -6.02 จุด วอลุ่ม 1.06 แสนล้านบาท นำลงโดยกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ -2.02% ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -1.51% วัสดุก่อสร้าง -1.23% หุ้นบวก >4% BANPU ROJNA ASP DDD BEC KGI FSS B AEC KISS LPN MCS SUN ADD NOK COMAN SELIC LHFG หุ้นลบ >4% KEX PPS BROOK AGE SYNEX TKS INET

+ ตลาดหุ้นโลกปิดบวก: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาปิดบวก DJ +0.52% (+179.35 จุด) S&P500 +0.88% Nasdaq +1.47% (ทั้งสัปดาห์ DJ +0.7% WoW S&P500 +0.6% WoW Nasdaq +0.5% WoW) เนื่องจากรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน พ.ค. ต่ำกว่าคาด 559k (Vs คาด 671k และเดือน เม.ย. 278k) แม้อัตราว่างงานลดลงกว่าคาด 5.8% (Vs คาด 5.9% และเดือน เม.ย. 6.1%) ช่วยให้คลายกังวลว่าเฟดจะยังไม่เร่งคุมเข้มนโยบายการเงินในเร็ว ๆ นี้ ส่วนตลาดหุ้นยุโรปกลับมาปิดบวก DAX +0.39% CAC40 +0.12% FTSE +0.07% (ทั้งสัปดาห์ DAX) จากความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเขตยูโรโซน

+ น้ำมันดิบและทองคำปิดบวก: ราคาน้ำมันดิบโลกปิดที่ระดับสูงสุดรอบกว่า 2 ปี WTI +81 เซนต์ ปิดที่ USD69.62/บาร์เรล Brent +58 เซนต์ ปิดที่ USD71.89/บาร์เรล (ทั้งสัปดาห์ WTI +5% WoW Brent +4.6% WoW) จากการคาดว่าอุปสงค์จะปรับสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน ส่วนราคาทองคำโลกกลับมาปิดบวก USD18.70 ปิดที่ USD1,892/ออนซ์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังรายงานจ้างงานต่ำกว่าคาด

ประเด็นสำคัญ

+ Fund Flow: สัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 31 พ.ค. - 4 มิ.ย. พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นเอเชีย ไม่รวมญี่ปุ่น 6 ชาติ ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง +USD2,205mn (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า +USD438 mn) โดยซื้อทุกตลาด ยกเว้นไต้หวัน ส่วนตลาดหุ้นไทยกลับมาซื้อสุทธิสัปดาห์แรกรอบ 5 สัปดาห์ +USD166mn (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า –USD226mn)

+ USA: รายงานจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น แต่ต่ำกว่าคาดการณ์เป็น 559k (Vs คาด 650 k และเดือน เม.ย. 278k) โดยการจ้างงานยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19 กว่า 7.6 ล้านราย และอัตราว่างงานเดือน พ.ค. ลดลงเป็น 5.8% ต่ำสุดตั้งแต่เดือน มี.ค. 2020 (Vs คาด 5.9% และเดือน เม.ย. 6.1%) แต่ยังน้อยกว่าระดับ 3.5% ในช่วงก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19

+ การท่องเที่ยว: ศบศ. มีมติตามแผนเดิม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เปิดภูเก็ต (Phuket Sandbox) รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ บินเข้ามาเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน โดยมีเงื่อนไขต้องรับการฉีดวัคซีนครบโดส อย่างน้อย 14 วัน ก่อนเดินทาง แต่ไม่เกิน 1 ปี

+ ไทย: สธ. เผยมีวัคซีนต้าน COVID-19 ในมือแล้ว 3.54 ล้านโดส (SINOVAC 1.5 ล้านโดส AstraZeneca 2 ล้านโดส) ที่จะกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในสองสัปดาห์แรก จากนั้นรอรับส่งมอบในสัปดาห์ที่สามอีก 8.4 แสนโดส และสัปดาห์ที่สี่ 2.58 ล้านโดส ทำให้ในเดือน มิ.ย. สามารถฉีดวัคซีนตามแผน 6 ล้านโดส

+ India: ธนาคารกลางมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.35% และเพิ่มวงเงิน QE อีก 1.2 ล้านล้านรูปี หรือ USDUS16.4bn พร้อมทั้งปรับลดเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจปี 2021E เป็น 9.5% (เดิม 10.5%) และ 1Q21 GDP เติบโต +1.6% QoQ

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: BEC CENTEL RS

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: LHFG ROJNA ASP

Derivatives: เปิด Long S50M21 เมื่ออ่อนตัว (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)

แท็กที่เกี่ยวข้องการเงินปรับสูงขึ้น