เน้นหุ้นเปิดเมือง (7 มิ.ย.64)

เน้นหุ้นเปิดเมือง (7 มิ.ย.64)

คาด SET ดีดตัวขึ้น 1,620 - 1,625 จุด ตามแรงหนุนคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวขึ้นหลังเดินหน้าฉีดวัคซีน Covid-19 อย่างทั่วถึง

ตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์

SET ปิดกดท้ายตลาดที่ 1,611.53 จุด -6.02 จุด (-0.37%) มูลค่าการซื้อขาย 1.06 แสนลบ. ส่วนหนึ่งมาจากแรงขายหุ้น KBANK เพราะโดน MSCI ปรับออกจากการคำนวณดัชนี ขณะเดียวกันนักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุนเพื่อรอดูตัวเลข Nonfarm payrolls ของสหรัฐ

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้     

คาด SET ดีดตัวขึ้น 1,620 – 1,625 จุด ตามแรงหนุนคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวขึ้นหลังเดินหน้าฉีดวัคซีน Covid-19 อย่างทั่วถึง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวระดับสูงหลังสต็อกน้ำมันดิบลดลงและคาดการณ์ Demand ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามความกังวลภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นรวมถึงทิศทาง Fund flow ที่ยังคงผันผวนจะกดดันต่อดัชนี 

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • Global paly ตามเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว PTT PTTEP PTTGC TOP IVL BANPU 
  • BCH CHG BDMS MINT CENTEL ERW AOT CPALL HMPRO CPN CRC อานิสงส์การเปิดเมือง
  • คาดการณ์หุ้นเข้า SET50  (KCE, IRPC, STA, STGT)   SET100  (AAV, BLA, ICHI, PSL, PTL, SINGER, STARK, STGT, SYNEX) ประกาศช่วงกลางเดือน มิ.ย.

หุ้นแนะนำวันนี้

  • PTTEP (ปิด 120.5 ซื้อ/เป้า 160 บาท) ได้ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันดิบบวกแรง และคาดกำไรสุทธิใน Q2/64 จะเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ปตท. เพราะไม่มีปัญหาเรื่อง Stock gain/loss ให้กังวลเหมือนกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรฯ
  • ERW (ปิด 3.28 ซื้อ/เป้า 3.6) ได้ Sentiment บวกแอสตราเซเนก้าทยอยกระจายวัคซีนให้กับไทยเพิ่มความหวังต่อแผนเปิดประเทศเป็นบวกต่อกลุ่มธุรกิจโรงแรมโดยเฉพาะ ERW ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมในประเทศมากที่สุด

บทวิเคราะห์วันนี้

BTS (ปิด 9.5 ซื้อ/เป้า 13.5)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+) คาดเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังตัวเลข Nonfarm Payrolls เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด: โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm payrolls) ของสหรัฐเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นเพียง 559,000 ตำแหน่งน้อยกว่า Consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 671,000 ตำแหน่งสะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐยังมีความเปราะบาง นั่นหมายความว่าปัจจัยนี้อาจทำให้เฟดไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยเป็นบวกต่อทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้น
  • (+) กลุ่มน้ำมันได้ Sentiment บวกน้ำมันดิบ WTI New high ในรอบ 2 ปี: ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 0.81$ (+1.2%) ปิดที่ 69.62$/bbl จากหลายปัจจัยหนุน อาทิ 1) หลายประเทศทยอยเปิด ศก. กระตุ้นดีมานด์, 2) ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า, 3) สต๊อกน้ำมันดิบในสหรัฐลดลงมากถึง 5.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา และ 4) เจรจานิวเคลียร์สหรัฐอิหร่านล่าช้า
  • (+/-) วันนี้ติดตามตัวเลข ส่งออก/นำเข้า ของจีนบ่งชี้ ศก.โลกฟื้น: เบื้องต้น Consensus คาดตัวเลขส่งออกของจีนเดือน พ.ค.จะเพิ่มขึ้น 32% ใกล้เคียงกับเดือน เม.ย. ส่วนตัวเลขนำเข้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 51.5%yoy พุ่งขึ้นต่อเนื่องจากเดือน เม.ย.ที่ขยายตัว 43.1%yoy ตัวเลขนำเข้าที่ขยายตัวอย่างมากเป็นสัญญาณบวกต่อภาคการค้าโลกโดยเฉพาะไทยที่มีจีนเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ