วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.เริ่มไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อ ตั้งเป้าเคลียร์1แสนบัญชี จ่อคุมค่าทวงถามหนี้

ธปท.เริ่มสตาร์ทสินเชื่อเช่าซื้อเข้ามหกรรมไกล่เกลี้ยหนี้ เริ่ม1มิ.ย.ถึงสิ้นก.ค.นี้ ตั้งเป้าเคลียร์ให้ได้1แสนบัญชี หรือ3.8หมื่นล้าน หลังลดภาระลูกหนี้ พร้อมถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้างคุมท่าทวงถามหนี้ทั้งระบบให้ราคาเหมาะสม เป็นธรรมเพิ่ม

       นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท)กล่าวว่า ล่าสุดธปท.ได้มีการขยาย มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ ให้ครอบคลุมสินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มเติม จากเดิม เปิดเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่ 1มิ.ย.-สิ้นก.ค. 2564 นี้
      โดยธปท.ตั้งเป้าในการเข้าไปไกล่เกลี่ยหนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ผ่านมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ครั้งนี้ ที่ 1แสนบัญชี หรือคิดเป็นมูลหนี้ราว 3.8 หมื่นล้านบาท ในระยะเวลา 2เดือนที่เปิดโครงการ จากหนี้สินเชื่อเช่าซื้อทั้งระบบ ที่มีอยู่ 6.6 ล้านบัญชีหรือ คิดเป็นมูลหนี้ 2.5 ล้านล้านบาท

      อย่างไรก็ตาม หลักการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเช่าซื้อผ่านมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คือกลุ่มที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) หรือกลุ่มที่เป็นหนี้เสียแล้วแต่ยังไม่ถูกยึดรถ
แนวทางการช่วยเหลือกลุ่มนี้

     คือ การช่วยผ่านมาตรการ ใกล้เคียงกับการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ ลดภาระหนี้ พักหนี้ รวมถึง กรณีที่มีการขอคืนรถ หากรถรอการขายทอดตลาด หากมีส่วนต่างจะมีการเจรจาเจ้าหนี้เพื่อผ่อนปรนตามราคาที่เหมาะสม
      ส่วนกรณีพักหนี้ จะมีการใช้วิธีใหม่ โดยคิดดอกเบี้ยเฉพาะค่างวดที่พักหนี้เท่านั้น ไม่ใช่คิดจากยอดเงินต้นรวมคงค้างทั้งหมด เพื่อลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้ลงได้มาก
ส่วนกลุ่มที่สอง ที่ยึดรถแล้ว แต่ยังไม่ขายทอดตลาด

      กลุ่มนี้สามารถชะลอการขายทอดตลาดได้ เพื่อขอปรับปรุงโครงสร้างหนรี้ และเจรจานำรถกลับไปประกอบอาชีพได้ บนการผ่อนปรนให้ผ่อนชำระค่างวดน้อยลง
และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มที่ถูกยึดรถและขายทอดตลาดไปแล้ว การช่วยเหลือกลุ่มนี้คือ หากราคาขายต่ำกว่ามูลหนี้ ที่ยังเหลืออยู่ หรือติ่งหนี้

     มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้จะเข้าไปช่วยจัดทำโปรแกรมการคำนวณหนี้ส่วนขาด เพื่อให้ลูกหนี้เข้าใจได้ง่ายขึ้น และช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ระหว่างเจ้าหนี้ลูกหนี้ให้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น หรือสามารถลดหนี้ส่วนขาดได้

       นอกจากนี้ สิ่งที่ยังเป็นปัญหาสำหรับสินเชื่อเช่าซื้อ คือ ค่าติดตามทวงถามหนี้ ซึ่งหากเป็นสินเชื่อเช่าซื้อที่อยู่ภายใต้กำกับธปท. การทวงถามหนี้ธปท.กำหนดแค่ 100 บาทต่อการทวงถามหนี้เท่านั้น แต่หากเป็นธุรกิจเช่าซื้อที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กำกับพบว่า มีการคิดค่าทวงถามหนี้ที่สูงมาก ทำให้ยอดการชำระหนี้มีวงเงินที่สูงขึ้น ทำให้ลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ไหวจนเกิดหนี้เสียตามมา
       ดังนั้นธปท.จึงมีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดค่าทวงถามหนี้ให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น จากปัจจุบันที่ไม่มีเกณฑ์กำหนดชัดเจน เพื่อให้ค่าทวงถามหนี้ทั้งระบบ มีความเป็นธรรม และอยู่ในระดับที่เหมาะสมมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนได้ในเร็วๆนี้
        อีกกรณีคือ กรณีที่ลูกหนี้ถูกยึดรถ แม้จะผ่อนชำระเกือบหมดแล้ว กรณีนี้ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค ดังนั้นต่อไปธปท.จะเข้าไปดูว่า ควรจะกำหนดอย่างไรได้บ้าง เช่นหากผ่อนไปแล้วกี่งวดห้ามยึดรถ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ
        “ส่วนมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จและผลน่าพอใจ ซึ่งสามารถเคลียร์หนี้ได้ 1.3 แสนคน หรือ 6 แสนรายการ เฉลี่ย1คนต่อสองบัญชี โดยในนี้ในรับการช่วยเหลือไป ซึ่งจาก 6 แสนบัญชี มีคนเข้าเงื่อนไขราว 30% และไกล่เกลี่ยหนี้ไปสำเร็จแล้ว 1.5 แสนบัญชี ส่วนราว 70% อยู่ระหว่างการดำเนินการช่วยเหลือ ดังนั้นผลที่ออกมาถือว่าเป็นที่น่าพอใจ”

        ส่วนหนี้เสียของกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ ถือว่าไม่น่ากังวล โดยหนี้เสียยังต่ำกว่าสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล
        “เราเชื่อว่าหากลูกหนี้เข้าสุ่มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ครั้งนี้ จะได้รับการช่วยเหลือรวดเร็วขึ้น เพราะธปท.จะมีการติดตาม มอนิเตอร์ และติดตามความคืบหน้าร่วมกับผู้ประกอบการอย่างเข้มข้น ทำให้การดำเนินการต่างๆเร็วขึ้นมาก”