เหนื่อยนักขอพักก่อน
แนวโน้มยังเป็นบวกในปีนี้ หนุนจากทั้งราคาผลิตภัณฑ์และปริมาณขายที่สูงขึ้น แต่เราคาดกำไร 2Q และ 3Q อาจอ่อนตัวลง qoq จากผลของฤดูกาล นอกจากนี้เรามองปัจจัยบวกได้สะท้อนในราคาแล้ว ดังนั้นเราปรับคำแนะนำเป็น ถือ และคงราคาเป้าหมายที่ 5.60 บาทต่อหุ้น
แนวโน้มเป็นบวกในปี 2021
หนุนจาก (1) ราคาแป้งมันสำปะหลังปรับตัวขึ้นตามราคาแป้งข้าวโพดในจีน (ราคาขายแป้งมันเฉลี่ยใน 1Q อยู่ที่ 485 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน), (2) ปริมาณขายแป้งมันสำปะหลังรวมถึงปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12% สู่ 28 ล้านตันในฤดูเก็บเกี่ยว 2020/21, (3) รายได้จากผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหาร (วุ้นเส้นและเส้นก๋วยเตี๋ยว) เพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 และ (4) อัตรากำไรขั้นต้นกลับสู่ระดับปกติที่ 18-20% เทียบกับ 16% ใน FY16-FY19 ขณะที่บริษัทเสนอราคาขายแบบ free-on-board (FOB) ให้กับลูกค้า จึงทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากค่าขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น ประกอบกับลูกค้าหลักของบริษัทคือจีนและไต้หวัน ที่ค่าขนส่งในเอเชียต่ำกว่าค่าขนส่งในเส้นทางสหรัฐฯ – เอเชียและยุโรป - เอเชีย
แผนการขยายจะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA)
โดยบริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติกในพ.ย. และตั้งเป้าหมายยอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ขึ้นสู่ 10% ของรายได้ทั้งหมดใน 3-5 ปีข้างหน้า และบริษัทยังอยู่ในขั้นตอนวิจัยและพัฒนาผลิตภณฑ์โปรตีนจากพืช
กำไร 2Q และ 3Q จะลดลง qoq เนื่องจากผลของฤดูกาล
เราคาดกำไร 2Q และ 3Q จะลดลง qoq เนื่องจากหมดฤดูกาลเพาะปลูก ทำให้อัตรากำไรขันต้นมีแนวโน้มลดลงจากอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงต่ำกว่าระดับเฉลี่ยใน 1Q ที่ 80%
ปรับคำแนะนำเป็น ถือ คงราคาเป้าหมาย 5.60 บาทต่อหุ้น
เรามองว่าปัจจัยบวกสะท้อนในราคาแล้ว แม้ว่ากำไร 1Q จะคิดเป็น 36% ของคาดการณ์กำไรของเรา เราคงคาดการณ์กำไรปี FY21F เนื่องจากกำไร 2Q และ 3Q มีแนวโน้มอ่อนแอลงจากฤดูกาล ราคาเป้าหมายของเราเทียบเท่า 14x FY21F PE








