วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

WHA จับมือสตาร์ทอัพหนุน AI ช่วยแพทย์วินิจฉัยเอ็กซเรย์ปอด 'โควิด'

“ดับบลิวเอชเอ” จับมือสตาร์ทอัพการแพทย์ ใช้ “เอไอ” ช่วยแพทย์อ่านฟิล์มเอ็กเรย์ปอด สรุปวินิจฉัยโควิดลงปอดได้ในไม่กี่วินาที เปิดให้ รพ.สนามใช้ฟรี ลดผู้ป่วยหนัก ลดเสียชีวิต

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ความรุนแรงขึ้นช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ไม่เพียงจำนวนยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่อัตราการติดเชื้อในปอดก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ เนื่องจากโรคโควิด-19 ที่ระบาดในระรอกนี้มาจากสายพันธุ์อังกฤษและอินเดีย ทำให้มีผู้ป่วยอาการหนักส่วนใหญ่มีอัตราการติดเชื้อในปอดสูงขึ้น ซึ่งถ้ามีอาการหนัก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่ถ้าได้รับการรักษาทันทำให้ผู้ป่วยเชื้อลงปอดมีโอกาสเสียชีวิตน้อยลงด้วยเช่นกัน

รวมทั้ง บุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้การคัดกรองในจำนวนมากเป็นเรื่องที่ยากลำบาก ดับบลิวเอชเอ จึงได้ร่วมกับบริษัท เพอเซ็ปทรา ซึ่งเป็นบริษัทสตร์ทอัพคนไทย ที่ดับบลิวเอชเอ ให้การสนับสนุน โดยเป็นบริษัทที่มีเทคโนโลยี ระบบ Inspectra CXR (อินสเปคทรา ซีเอ็กซ์อาร์) ผู้ช่วย AI ที่จะเข้ามาช่วยแพทย์ในการตรวจจับอาการติดเชื้อในปอดได้รวดเร็ว อัตโนมัติ และช่วยให้รักษาได้อย่างทันท่วงที โดยในช่วงสถานการณ์โควิดนี้ ทางบริษัทยินดีให้โรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลที่รับเคสโควิดใช้งานผ่านเว็บพลิเคชันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

โดยเฉพาะโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศที่มี 20 แห่งทั่วประเทศ และมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก แต่มีแพทย์ประจำอยู่น้อย ทำให้อ่านฟิล์มเอ็กเรย์ไม่ทัน และบางส่วนอาจจะไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการอ่านฟิล์มเอ็กเรย์ ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยได้มากมีความรวดเร็วในการอ่านฟิล์มเอ็กเรย์ปอดได้ไม่กี่วินาที มีความแม่นยำกว่า 90% ซึ่งหากวินิจฉัยได้เร็วจะลดการติดเชื้อโควิด-19 ลงปอด และช่วยลดจำนวนผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้าห้องไอซียูที่มีจำนวนไม่เพียงพอ ทำให้ลดอัตราการตายได้เป็นจำนวนมาก เพราะหากเชื้อติดไปสู่ปอดแล้วจะลุกลามและอาหารหนักอย่างรวดเร็ว

“การวินิจฉัยเชื่อโควิด-19 ลงปอดที่รวดเร็วจะช่วยลดอัตราผู้ป่วยหนัก และอัตราการตายลงได้มาก เพราะสามารถให้ยารักษาได้ตั้งแต่ต้น เพราะหากผู้ป่วนอาการหนักเพิ่มจำนวนขึ้นมาก จำนวนห้องไอซียู และห้องผู้ป่วนหนักในโรงพยาบาลจะรองนับได้ไม่ไหว เหมือนในต่างประเทศที่มีอัตราการตายสูง ก็เพราะมีห้องไอซียูไม่เพียงพอในการรับผู้ป่วยหนัก แต่หากตัดวงจรลดผู้ป่วยหนักได้ ก็จะช่วยลดอัตราการตายลงได้”

สำหรับ ระบบ Inspectra CXR คือ ระบบปัญญาประดิษฐ์ ที่ช่วยแพทย์ในการตรวจจับความผิดปกติในทรวงอกจากภาพถ่ายเอกซเรย์ ที่พัฒนาโดยบริษัท เพอเซ็ปทราร่วมกับคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล วันนี้อินสเปคทรา ได้เข้าไปช่วยแพทย์ในหลากหลายโรงพยาบาล รวมไปถึง โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลศิริราชปิยะมหาราชการุณย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลสนามศูนย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนอีกหลายแห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอทั้งหมด 11 แห่ง ในภาคตะวันออก และจ.สระบุรี ก็ได้เตรียมความปรับปรุงสถานที่ให้มีความพร้อมในการเป็นศูนย์กระจายฉัดวัคซีนได้ทันทีเมื่อมีวัคซีนเข้ามา เพราะได้ประสานงานไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อเตรียมทีมบุคลากรการแพทย์ไว้พร้อมแล้ว รวมทั้งการจัดทีมเข้าไปฉีดวัคซีนในโรงงานต่าง ๆ ภายในนิคมอุตสาหกรรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการอย่างเต็มที่

“ในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ มีโรงงาน และพนักงานเป็นจำนวนมาก และยังมีชุมชนประชาชนโดยนิคมฯอีกมาก ซึ่ง ดับบลิวเอชเอ จะให้ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลอย่างเต็มที่ในการกระจายฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ และช่วยให้ประเทศชาติก้าวพ้นวิกฤ๖ในครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว”

สำหรับ การให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านการแพทย์นี้ เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของบริษัทฯในการขยายธุรกิจไปสู่ Digital health care ในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ซึ่งมองว่าจะมีอนาคตที่ขยายได้อีกมากในอนาคต