TRUEไตรมาส1/64 ขาดทุน581 ล้าน ขาดทุนเพิ่มขึ้น 260%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน161.17 ล้าน เหตุขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน-ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับคลื่น 5 เพิ่มขึ้น
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ TRUE แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส1ปี 2564 ขาดทุน581.41 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 260%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน161.17 ล้านบาท เนื่อง จากความผันผวนของขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งเปลี่ยนแปลงจำนวน 494.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีก่อน รวมถึงต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับคลื่น 5G
ขณะที่กลุ่มทรูมีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เป็น 26.9 พันล้านบาทส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เป็น 35.4 พันล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 หนุนโดยการเติบโตของฐานผู้ใช้บริการทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บรอดแบนด์และดิจิทัล ในขณะเดียวกัน มาตรการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย)ลดลงร้อยละ 5.5จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนเป็น 21.4 พันล้านบาท ทำให้ทั้ง EBITDA และกำไรจากการดำเนินงาน ก่อนดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.0 และร้อยละ 41.4 เป็น 14.1 พันล้านบาทและ 3.3 พันล้านบาท ตามลำดับ
ทรูมูฟ เอช ขยายฐานลูกค้าระบบรายเดือนเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งและรายงานจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิของลูกค้าระบบรายเดือนสูงเหนืออุตสาหกรรมที่ 450 พันราย ส่งผลให้มีจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิทั้งสิ้น 581 พันรายในไตรมาส 1 ขยายฐานผู้ใช้บริการรวมเป็น 31.2 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้าระบบเติมเงิน 21.0 ล้านรายและระบบรายเดือน
10.2 ล้านราย ขณะที่บริการ 5G เติบโตต่อเนื่อง จนมีผู้ใช้งาน 5G บนระบบทรูมูฟ เอช กว่า 7แสนราย
ทรูมูฟ เอช มีรายได้จากการให้บริการจ านวน 19.9 พันล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 ด้วยการมุ่งเน้นการเติบโตของฐานลูกค้าคุณภาพ การเปลี่ยนจากระบบเติมเงินเป็นระบบรายเดือน ท่ามกลางผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19ขณะที่การแข่งขันค่อนข้างทรงตัว โดยผู้ให้บริการยังคงเน้นการนำแพ็กเกจดาต้าแบบใช้งานไม่จำกัดและแพ็กเกจผสานดีไวซ์เป็นหลัก ในขณะเดียวกัน แนวโน้มเชิงบวกของจำนวนผู้ใช้งานและดีไวซ์ 5G ที่เพิ่มสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยเร่งการเติบโตให้กับทรูมูฟ เอช ต่อไปทั้งในส่วนของกลุ่มลูกค้ารายย่อยและภาคธุรกิจ หนุนโดยเครือข่าย 5G ของทรูมูฟ เอช ซึ่งให้บริการแล้วทั้ง 77 จังหวัด ครอบคลุมถึงร้อยละ 98 และร้อยละ 95 ของประชากรในกรุงเทพฯและพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามลำดับ
นอกจากนี้ การได้รับคลื่นความถี่ 26GHz มาเสริมเครือข่าย 5Gบนคลื่นความถี่ 2600 MHz และ 700 MHz ซึ่งมีอยู่ก่อนแล้ว จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเครือข่าย 5G ของทรูมูฟเอชโดยคลื่นย่าน mmWave (millimeter wave) มีแบนด์วิธกว้าง รองรับความเร็วได้มากกว่า 4G ถึง 20 เท่า และยังสามารถทำความเร็วไปได้สูงสุดถึง 10Gbps. ในอนาคต ในขณะเดียวกัน ทรูมูฟ เอช ขยายความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์ MEC (Multi-Access Edge Computing) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเครือข่าย 5G มาร่วมพัฒนารูปแบบ การใช้งาน 5G (use case) โดย MEC เป็นการวางระบบ Edge Computing ให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้งานมากที่สุดเพื่อให้เกิดการเข้าถึงที่รวดเร็วและมีความหน่วงในการทำงานต่ำ(Low latency) และมีความปลอดภัยสูงมากด้วยการรับส่งข้อมูลที่อยู่ภายในระบบของโรงพยาบาล
อีกทั้งยังตอบโจทย์เรื่องการใช้งานกับแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ทั้งระบบสาธารณสุขทางไกลหรือTelehealth IoTและการใช้งาน AIมูลค่าตลาดบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเน้นในด้านการอัพเกรดความเร็วและดีไวซ์ แพ็กเกจผสานคอนเทนต์และการให้ส่วนลดเพื่อจูงใจลูกค้า โดยทรูออนไลน์ คงความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งและรายงานการเติบโตสูงสุดในอุตสาหกรรมทั้งการเพิ่มขึ้นของรายได้และฐานผู้ใช้บริการ โดยมีรายได้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 0.7 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนเป็น 7.2 พันล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 หนุนโดยผลตอบรับที่ดีต่อบริการไฟเบอร์คุณภาพสูง พร้อมการผสานนวัตกรรมดีไวซ์และ
คอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุค New Normal โดยในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ทรูออนไลน์มีจำนวน ผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งกว่า 101 พันราย ขยายฐานผู้ใช้บริการรวมเป็น 4.3 ล้านราย
ทั้งนี้ ความมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม สร้างการเติบโตในตลาดใหม่และยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ทรูออนไลน์สามารถตอบสนองความต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้ดียิ่งขึ้นตามเทรนด์การท างานและการเรียนแบบทุกที่ทุกเวลา
ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของกลุ่มทรู ด้วยบริการและแพลตฟอร์มคุณภาพอย่าง ทรูไอดี ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจำนวนการซื้อคอนเทนต์เพื่อรับชมภายในแอปพลิเคชั่นที่เพิ่มขึ้นสูงสุดที่435,000 ครั้ง ในขณะที่ยอดรับชมคอนเทนต์วิดิโอต่อเดือนโดยเฉลี่ยมีจำนวน 240 ล้านครั้งต่อเดือนในไตรมาสที่ 1 ของปี
2564 นอกจากนี้ทรูไอดียังมี ทรูไอดี คอมมูนิตี้ สังคมในการพูดคุยแบบบนโลกออนไลน์สำหรับลูกค้าทรูไอดีที่ชื่นชอบและสนใจในเรื่องเดียวกัน เช่น อาหาร การท่องเที่ยว ธรรมะ หรือสังคมแฟนคลับศิลปินต่าง ๆ ส าหรับแพลตฟอร์มบนจอโทรทัศน์ กล่องทรูไอดี ทีวี เติบโตต่อเนื่องด้วยยอด 2.36 ล้านกล่อง
ส่งผลให้รายได้จากการสมัครรับชมคอนเทนต์ดิจิทัลและการโฆษณาเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทรูไอดี ทีวียังได้รุกเข้าตลาดเกมมิ่งอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เสริม
บริการใหม่จากแอปพลิเคชั่น Antstream ยกระดับและพลิกโฉมการใช้งานแพลตฟอร์ม OTT สอดคล้องการเติบโตของตลาดเกมมิ่งและเครื่องเล่นเกม ให้ผู้ใช้กล่องทรูไอดี ทีวี สามารถเข้าถึงเกมยุค 80-90 และแฟรนไชส์เกมชื่อดังกว่า 1,000 เกมได้บนกล่องทรูไอดี ทีวี
สำหรับด้านลูกค้าองค์กร กลุ่มธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น ได้ขยายโซลูชั่นที่ให้บริการและเชื่อมต่ออุปกรณ์เซ็นเซอร์ IoTใช้บริการได้แล้วกว่า 406,000 อุปกรณ์ ณ สิ้นไตรมาสแรกปี 2564 ไตรมาสนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำเสนอแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชั่น True Digital Health ที่จะเชื่อมต่อให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงการให้คำปรึกษา ด้านสุขภาพจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น






