เกษตรกร “ปาล์ม” ร้องประวิตร เบรกส่งออกเหตุสต็อกต่ำเกณฑ์

เกษตรกร “ปาล์ม” ร้องประวิตร   เบรกส่งออกเหตุสต็อกต่ำเกณฑ์

เกษตรกรข้องใจประวิตร ไฟเขียวส่งออกน้ำมันปาล์มทั้งที่ สต็อกต่ำกว่าเกณฑ์ ทำเกิดช่องว่างเอกชนบางรายรวมหัวเจ้าหน้าที่รัฐ ทำกำไรส่วนต่าง กดราคาซื้อก่อนส่งออกในราคาสูง กก.ละ 3-5 บาท ขณะกรมการค้าภายใน รับสต็อกเม.ย. เหลือแค่ 1.7 แสนตัน

รายงานข่าวจากเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม้ำมัน ระบุว่า จากสถานการณ์นำ้มันปาล์มของประเทศมีเพียง 170,000 ตันเท่านั้นซึ่งถือว่าตำ่กว่าเกณฑ์สำรองของประเทศซึ่งควรมีสำรองประมาณ 300,000 ตัน แต่รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ(กนป.)ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปล่อยให้มีการส่งออกน้ำมันปาล์ม อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกันพบว่า มีความพยามยามราคารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรกลับสวนทางตรงข้ามไม่เป็นไปตามกลไกราคาตลาดที่ควรเป็น

ทำให้ผลประโยชน์เกิดแก่ผู้ค้าบางรายเท่านั้น ขณะที่เกษตรกรไม่ได้ผลประโยชน์ด้วย และเป็นสาเหตุให้ราคาผลปาล์มยังตำ่กว่าที่ควรเป็น  ทั้งนี้มีข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ว่า อาจเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฎิบัติหน้าที่ตามปรกติในการประกาศราคาผลผลิตทลายปาล์มและราคานำ้มันปาล์มดิบในแต่ละวัน

“มีความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับภาคเอกชนบางกลุ่ม ชะลอการประกาศราคาให้ช้ากว่าปกติหลายๆวันเพื่อให้เอกชนบางรายกับพวกกว้านซื้อนำ้มันปาล์มดิบเก็บในราคาตำ่  จึงจะประกาศราคาเกิดการทำกำไรหลังจากเอกชนกลุ่มดังกล่าวซื้อเก็งราคาเสร็จเรียบร้อย เฉลี่ย3-5 บาทต่อกิโลกรัม จากส่วนต่างราคาในช่วงเวลาที่ไม่มีการประกาศราคาจากภาครัฐ"

162090461668

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลเส่ียหายต่ออุตสาหกรรมนำ้มันปาล์มเพื่อบริโภคและอุตสาหกรรมนำ้มันปาล์มเพื่อผลิตพลังงานไบโอดีเซลในประเทศ โดยเฉพาะกรมธุรกิจพลังงานจะต้องใช้ข้อมูลราคาไปกำหนดราคารับซื้อนำ้มันB100 ของประเทศทุกสัปดาห์ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผู้ผลิต B100

ทั้งนี้ ภาคเกษตรกรขอให้กนป. ช่วยเร่งเข้ามาตรวจข้อเท็จจริงและขอให้ชะลอการส่งออกจนกว่าประเทศไทยจะมีสำรองนำ้มันปาล์มของประเทศที่ 300,000ตัน เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนนำ้มันปาล์มดิบภายในที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลถึงนำ้มันเพื่อบริโภคและจะทำให้ประชาชนต้องซื้อนำ้มันขวดมาบริโภคในราคาแพงและจะกระทบต่อการผลิตนำ้มันไบโอดีเซลในฐานะพลังงานทางเลือกในประเทศไทยอีกด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็วๆนี้ ในการประชุมกนป.ครั้งที่1/2564 ผ่านระบบ vedeo conference ทางไกลที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมได้รับทราบการคาดการณ์ของ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ระบุว่ามีแนวโน้มปริมาณผลผลิตน้ำมันปาล์ม ห้วง เม.ย.-มิ.ย.2564 อาจทำให้ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้น โดยคาดการณ์ว่าผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบจะเพิ่มขึ้นประมาณ 35.74 % ของผลผลิตทั้งปี เนื่องจากผลผลิตปาล์มดิบในเดือน เม.ย.จะเพิ่มขึ้น 1.90 - 1.96 ล้านตันต่อเดือน ขณะที่ความต้องการ การใช้ยังไม่ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลทำให้ราคาปาล์มน้ำมัน และน้ำมันปาล์ม ปรับลดลง

ที่ประชุม กนป. จึงได้พิจารณาเห็นชอบ ขยายระยะเวลาโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์ม เพื่อลดผลผลิตส่วนเกินปี 2564 จากเดิมสิ้นสุดโครงการในเดือน มี.ค.2564 เป็นสิ้นสุดโครงการ ก.ย.2564 และขยายเวลาโครงการฯ จากเดือน ส.ค.2564 เป็น ธ.ค.2564 

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯยังได้รับความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมัน และ น้ำมันปาล์ม ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กวดขันให้โรงงาน และลานเทรับซื้อผลปาล์มดิบ ตามโครงสร้างราคา อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกดราคา และเร่งรัดการติดตั้งเครื่องมือวัดปริมาณน้ำมันปาล์ม เพื่อบริหารจัดการ และควบคุมสต็อกน้ำมันปาล์ม

รายงานข่าวจากกรมการค้าภายใน แจ้งว่า ปริมาณน้ำมันปาล์มคงเหลือ ณ 30 เม.ย. 2564 รวม 174,608 ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่่ 131,597 ตัน ขณะที่ราคาขายส่งพืชไร่และวัตถุดิบอาหารสัตว์ ในกรุงเทพฯ  โดยกลุ่มพัฒนาและบริการข้อมูล กองยุทธศสาสตร์และแผน กรมการค้าภายใน แจ้งว่า  ผลปาล์มทลาย (คุณภาพเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18%)  ณ วันที่ 12 พ.ค. กิโลกรัม(กก.)ละ 5.20 -5.60 บาท  โดยราคา ณ จ. กระบี่ กก.ละ 5.20-5.60 บาท สูงขึ้นจากวันที่ 11 พ.ค.  2564 ที่ กก.ละ 5.00-5.50 บาท