background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'กรมสรรพากร' ชวนรู้วิธี 'ขอคืนภาษี' เช็คให้ดีก่อนพลาดเงินคืน

'กรมสรรพากร' ชวนรู้วิธี 'ขอคืนภาษี' เช็คให้ดีก่อนพลาดเงินคืน

"กรมสรรพากร" ชวนรู้ขั้นตอนตรวจสอบ "ขอคืนภาษี" ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถเข้าไปเช็คเองได้ง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ ใคร "ยื่นภาษี" เรียบร้อยแล้วรีบเช็คเงินคืนด่วน

หลังจากที่ช่วงปลายเดือน ม.ค.64 ที่ผ่านมา ทาง "กรมสรรพากร" ได้ออกประกาศเกี่ยวกับการยื่นแบบภาษีฯ ว่า ผู้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/ภ.ง.ด.91) จากเดิมที่ต้องยื่นแบบฯ ภายในเดือน มี.ค.64 ให้ขยายเวลายื่นแบบฯ ออกไปอีก ภายใน 30 มิ.ย.64 เฉพาะแบบที่ยื่นทางอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรเท่านั้น เพื่อดูแลและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ให้มีสภาพคล่องมากขึ้น

นอกจากการยื่นแบบภาษีแล้ว สิ่งต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การ "ขอคืนภาษี" แล้วผู้ที่จะขอคืนภาษีได้ ต้องอยู่ในเงื่อนไขแบบไหน? และมีวิธีการขอคืนภาษียังไงบ้าง? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ หาคำตอบมาให้ดังนี้

1. "ขอคืนภาษี" เป็นสิทธิที่ผู้เสียภาษีสามารถทำได้

มีข้อมูลจาก ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ อาจารย์ประจำวิชากฎหมายภาษีอากร เคยอธิบายเอาไว้ในบทความด้านภาษี ระบุว่า การขอเงินคืนภาษีนั้น เป็นสิทธิที่ผู้เสียภาษีสามารถทำได้ หากถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายระหว่างปีมากกว่าค่าภาษีที่ตัวเองมีหน้าที่ต้องจ่ายจริง 

โดยวิธีการขอเงินคืนภาษี ทำได้โดยเริ่มจากคำนวณภาษีแล้วพบว่า ตนเองมีสิทธิได้เงินคืนภาษี จากนั้นผู้เสียภาษีต้องทำการ “ยื่นภาษี” เพื่อ “ขอเงินคืนภาษี” ตามขั้นตอนของกรมสรรพากร ส่วนวิธีการคำนวณภาษี ดูได้จากคลิป "ปณิดคิดเงิน" ข้างล่างนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

2. ช่วงเวลาการ "ขอคืนภาษี" ต้องทำเมื่อไหร่?

สำหรับช่วงเวลาในการ "ขอคืนภาษี" จาก "กรมสรรพากร" แบ่งเป็น 2 กรณี คือ

- การขอคืนภาษีขณะที่ยังไม่หมดเวลายื่นภาษี : กรมสรรพากรมีหน้าที่ต้องคืนเงินภาษีภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ยื่นแบบฯ หรือวันที่ยื่นเอกสารประกอบการขอเงินคืนภาษีเพิ่มเติม

การขอคืนภาษีหลังหมดเวลายื่นภาษี : ในกรณีที่จ่ายภาษีไว้เกินกว่าที่ตัวเองมีหน้าที่ แล้วมานึกได้ที่หลังก็ยังสามารถขอเงินภาษีที่จ่ายเกินนั้นได้โดยการยื่นภาษี (หรือยื่นภาษีเพิ่มเติมย้อนหลัง) แต่ต้องรีบขอคืนภายใน 3 ปี นับจากวันสุดท้ายที่ครบกำหนดยื่นภาษี

*หมายเหตุ : โดยปกติแล้วหากไม่มีข้อสงสัยใดๆ กรมสรรพากรจะอนุมัติเงินคืนภาษีให้ทันที แต่หากมีเหตุสงสัยบางประการ เจ้าหน้าที่อาจขอให้ส่งหลักฐานประกอบด้วย เช่น หลักฐานการบริจาคเงิน เป็นต้น

162081644635

3. ขั้นตอนการตรวจสอบ "ขอคืนภาษี"

  • เข้าไปที่เว็บไซต์ กรมสรรพากร
  • กดเลือกเมนู "สอบถามการคืนภาษี"

162081253029

  • หน้าจอจะเข้าสู่ บริการสอบถามข้อมูลการขอคืนภาษี หรือคลิก >> refundedcheque.rd.go.th
  • จากนั้นให้กรอกข้อมูล ปีภาษี, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, ชื่อ-สกุล แล้วคลิกปุ่ม "สอบถาม"
  • หน้าจอแสดงผลการตรวจสอบข้อมูลขอคืนภาษี (หากได้เงินคืนภาษี จะมีข้อความระบุว่า “กรมสรรพากรได้นำเงินคืนภาษีเข้าบัญชี XXX แล้ว เมื่อวันที่ xx/xx/xxxx”)

162081253039

4. "กรมสรรพากร" คืนเงินภาษีล่าช้า คิดดอกเบี้ยได้!

นอกจากนี้ หากพบเจอกรณี "กรมสรรพากร" คืนภาษีให้ล่าช้า ประชาชนมีสิทธิได้รับเงินคืนภาษีพร้อมดอกเบี้ย ในอัตรา 1% ต่อเดือน จนถึงวันที่ลงในหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงิน โดยเริ่มคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป

5. ช่องทางการรับ "เงินคืนภาษี"

เมื่อยื่นภาษีแล้ว และกรมสรรพากรได้อนุมัติเงินคืนภาษีเรียบร้อยแล้ว ประชาชนสามารถเลือกช่องทางรับเงินคืนภาษีได้ 3 ช่องทาง ได้แก่

  • พร้อมเพย์ ที่ผูกกับบัญชีธนาคารออนไลน์
  • รับเงินคืนภาษีเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย หรือ ธ.ก.ส.
  • รับเงินคืนภาษีเข้าบัตร e-Money หรือ e-Wallet (แอพฯ เป๋าตัง) เฉพาะธนาคารกรุงไทย

*หมายเหตุ : กรมสรรพากรได้ "ยกเลิก" การส่งเช็คคืนเงินภาษีทางไปรษณีย์แล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา โดยจะคืนเงินภาษีในช่องทางอื่นๆ แทน เนื่องจากปัจจุบันประชาชนหันมาใช้บริการพร้อมเพย์ในการคืนเงินภาษีมากกว่า 70% 

6. ช่องทางสอบถาม "ขอคืนภาษี" 

ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะคืนเงินภาษี หรือสอบถามข้อมูลการขอคืนภาษี ได้ตามช่องทางต่างๆ ของกรมสรรพากร ดังนี้

  • เว็บไซต์ "กรมสรรพากร" www.rd.go.th/272 จากนั้นเลือกที่เมนู "สอบถามการคืนภาษี"
  • ศูนย์บริการข้อมูลสรรพากร โทร. 1161
  • สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนาที่ปรากฏตามการยื่นแบบฯ  

------------------------------

อ้างอิง : กรมสรรพากรการขอคืนภาษี ภ.ง.ด.90/ภ.ง.ด.91itax.in.th