ตัวเลขเศรษฐกิจจีนและสหรัฐฯ บวกกับการลงทุนพ.ค.
จีนรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเม.ย.แข็งแกร่งเป็นบวกต่อทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าในเอเชีย ทั้ง PMI ภาคผลิตและบริการที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ตัวเลขส่งออกเติบโตขึ้น 32.3% (ดีกว่าคาดการณ์ที่ 24.1%) และเกินดุลการค้า 42.85 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (จากคาดการณ์ 27.70 พันล้านเหรียญฯ) ขณะที่การจ้างานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ (non-farm payroll) ที่เพิ่มขึ้นเพียง 266,000 ตำแหน่ง (จากคาดการณ์ที่ 1 ล้านตำแหน่ง) แม้จะเป็นข่าวลบเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่เป็นข่าวดีที่ช่วยคลายกังวลให้กับตลาดหุ้น และทำให้ความกังวลเกี่ยวกับคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยหรือการถอนมาตรการผ่อนคลาย (tapering) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับที่เราประเมินตลาดหุ้นพ.ค.จะยังคงเคลื่อนไหวเชิงบวก และปัจจัยติดตามสำคัญจะไปอยุ่ที่การส่งสัญญาณของเฟดในการประชุมครั้งหน้า15-16 มิ.ย.
หลายปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบช่วงสั้น ไม่ว่าจะเป็น 1) ตัวเลขเศรษฐกิจหนุนการบริโภคน้มัน 2) การอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ และ 3) ข่าวท่อส่งน้ำมันของ บริษัท Colonial pipeline ที่ดูแลระบบท่อส่งน้ำมันรายใหญ่สุดในสหรัฐฯ ถูกโจมตีทางไซเบอร์ และสหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินรวมทั้งเตรียมแผนโลจิสติกส์ในการลำเลียงเชื้อเพลิงผ่านการขนส่งรูปแบบต่างๆ ทำให้ราคาน้ำมันมีโอกาสดีดตัวขึ้นจนกว่าปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไข
การเร่งฉีดวัคซีนทำให้ความกังวลการระบาดในประเทศระยะสั้นลดลง แม้ผู้ป่วยรายวันจะยังทรงตัวในระดับเกิน 2 พันราย แต่อัตราการฉีดวัคซีนเริ่มเร่งขึ้นเกินกว่า 1 หมื่นราย/วัน และคาดจะเร่งขึ้นหลัง 12 พ.ค. ซึ่งจุดให้บริการวัคซีนนอก ร.พ. ในหลายๆพื้นที่จะเริ่มเปิดให้บริการ จะเป็นปัจจัยบวกที่ตลาดให้น้ำหนักและทำให้นักลงทุนลดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด อย่างไรก็ตามในเชิงการลงทุนยังเน้นหลีกเลี่ยงหุ้นเกี่ยวกับการบริโภคในประเทศ รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยวที่จะกระทบจากการเปิดประเทศล่าช้า ขณะที่ให้น้ำหนักบวกหุ้นเกี่ยวกับภาคการผลิตรวมถึงส่งออก ที่จะไม่กระทบจากการระบาดในประเทศ อาทิ พลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร เกษตร รวมถึงอิเล็กทรอนิกส์
กลยุทธ์ยังเน้นเลือกเก็งกำไรรายตัวในธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, IRPC 2) อาหารและเกษตร TVO, CPI, TU, CPF 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP และ KK เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) ไฟฟ้าชุมชน เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE 5) งบไตรมาส 1/64 โดดเด่น ได้แก่ SCC, BANPU, SUPER, TVO, PTT, FTREIT, WHART, EASTW, WHAUP, PTG 6) การขายประกันโควิด บวกต่อ THRE, TIP, TQM 7) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP
ภาพรวมกลยุทธ์ ความกังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ผ่อนคลายต่อเนื่อง และได้ปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่ดี ช่วยลดความตึงตัวของ Valuation ตลาดโดยรวม ทำให้บรรยากาศรวม พ.ค. ยังเป็นบวกต่อการเก็งกำไร // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร PTT*, BANPU*, TIP*, AMC*
แนวรับ 1,580 / แนวต้าน : 1,600 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุน
รายได้ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ปี 63 พุ่ง 10.8%. IDC เผยว่าแม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ยังเติบโตแข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา รายได้ในปี 63 ขยายตัว 10.8% yoy แตะที่ $4.64 แสนล้าน
คลังประเมินมาตรการเยียวยาแศรษฐกิจรอบใหม่หนุน GDP โตใกล้ 2.8%. หรือมากกว่า 4 แสนล้านบาท และจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ทั้งนี้ ด้านกระทรวงการคลังจะมีการปรับประมาณการ GDP อีกครั้งในเดือน ก.ค. จากปัจจุบันที่คาดโต 2.3%
นายกฯเพิ่มวัคซีน 150 ล้านโดส แอสตร้าพร้อมส่งมอบชุดแรก. นายกฯ ประยุทธ์ จัดหาวัคซีนเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส เจรจาทุกรายเร่งส่งมอบเร็วขึ้นปูพรมเร่งระดมฉีดเข็มแรก ด้านแอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) เผยวัคซีนที่ผลิตในไทยผ่านการตรวจสอบทั้งในยุโรปและสหรัฐแล้ว เตรียมส่งมอบชุดแรก
TIDLOR IPO –แม้จะซื้อขายด้วย PER ที่สูงกว่า SAWAD และ MTC แต่จากจำนวนสาขาที่ 1,076 แห่ง น้อยกว่าคู่แข่งทั้งสองราว 5 เท่า ทำให้มีโอกาสเติบโตขากการขยายสาขา อีกทั้งกำไรเฉลี่ยต่อสาขาที่มากกว่าคู่แข่งราว 2 เท่า ทำให้เรายังคงมุมมองบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของ TIDLOR โดยให้ราคาเหมาะสมทางพื้นฐานที่ 43 บาท และให้คำแนะนำซื้อ
ประเด็นติดตาม: - 11 พ.ค. OPEC Monthly Report, Thailand’s MSCI Rebalance / 12 พ.ค. US CPI เดือน เม.ย.
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









