วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช.การช่าง ปลื้ม! ขายหุ้นกู้เกลี้ยงทั้งจำนวน 6.2 พันล้าน

"ช.การช่าง" ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ครั้งใหม่ มูลค่า 6,200 ล้านบาท นักลงทุนแสดงความต้องการซื้อท่วมท้น เชื่อมั่นบริษัทฯ นำเงินขยายธุรกิจ

นางสาวสุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยถึงการออกหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2564 ซึ่งเป็นครั้งแรกของปี 2564 ว่า เบื้องต้นบริษัทฯ ต้องการออกหุ้นกู้จำนวน 5,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากผลการสำรวจความต้องการลงทุนในหุ้นกู้ (Bookbuild) เมื่อวันที่ 29 เม.ย. มีผู้ลงทุนให้ความสนใจในการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทมากกว่ามูลค่าที่บริษัทฯ มีแผนเสนอขายเดิมรวมกว่า 3 เท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อบริษัทฯ และทางบริษัทฯ ได้พิจารณาการจัดออกหุ้นกู้เพิ่มเติมโดยพิจารณาจากความเหมาะสม

โดยหุ้นกู้ชุดใหม่นี้มีจำนวนทั้งหมด 4 ชุด ประกอบด้วย

- หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.97% มูลค่า 1,200 ล้านบาท

- หุ้นกู้อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.39% มูลค่า 800 ล้านบาท

- หุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% มูลค่า 1,700 ล้านบาท

- หุ้นกู้อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.45% มูลค่า 2,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี และ 10 ปี บริษัทฯ มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดไถ่ถอนโดยเงื่อนไขเป็นไปตามข้อกำหนดสิทธิ ขณะที่หุ้นกู้ทั้ง 4 ชุดดังกล่าว ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ในระดับ "A-" Stable outlook โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 9 เม.ย. และได้เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 5 – 6 พ.ค. และจัดออกหุ้นกู้ในวันที่ 7 พ.ค.

บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์การใช้เงินจากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อชำระคืนหนี้คงค้าง และ/หรือ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ตลอดจนเพื่อขยายธุรกิจในส่วนที่เกี่ยวกับการซื้อสินทรัพย์ และ/หรือ การลงทุนของโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้แต่งตั้งธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้

นางสาวสุภามาส กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ขอขอบพระคุณผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ที่ให้ความสนใจในการลงทุนหุ้นกู้ของบริษัทฯ การที่หุ้นกู้ของบริษัทฯ ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนอย่างมากในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง รวมถึงการมองเห็นถึงศักยภาพของบริษัทในโครงการลงทุนต่างๆ ที่ผ่านมารวมถึงในอนาคต อาทิ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซีเคพาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)

โดยทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวดำเนินงานที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อาทิ ระบบขนส่งมวลชนและสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานหรือสัญญาซื้อขายระยะยาว นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างชั้นนำในประเทศไทย ตลอดจนความสามารถในการรับงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่และโครงการที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมทั้งความแข็งแกร่งในการดำเนินโครงการและความยืดหยุ่นทางการเงินที่เกิดจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ

บริษัทฯ มีผลประกอบการ ณ สิ้นปี 2563 มีรายได้รวม 18,442 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 627 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวม 82,774 ล้านบาท และหนี้สินรวม 56,503 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 26,271 ล้านบาท