วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘โควิด’ ฉุดรายได้แท็กซี่เหลือ 300 บาท/วัน

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) ผู้ประกอบการแท็กซี่ทนพิษโควิดไม่ไหว เลิกอาชีพทิ้งรถไปกว่า 70-80% จาก 8 หมื่นคัน เหลือ 3 หมื่นคัน เหตุรายได้เหลือไม่ถึงวันละ 300 บาท จาก 2 พันบาทต่อวัน ไม่พอยาไส้ ร้องนายกฯฉีดวัคซีนกลุ่มรถสาธารณะ

นายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย กล่าวว่า สถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพแท็กซี่อย่างมาก เรียกได้ว่าสาหัสจนผู้ขับแท็กซี่ไม่มีจะกิน ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบมาตั้งแต่การระบาดรอบแรกจนถึงปัจจุบัน โดยก่อนเกิดโควิดมีรถแท็กซี่ที่วิ่งให้บริการในกรุงเทพฯและปริมณฑลร่วมทั้งหมด 8 หมื่นคัน ปัจจุบันเหลือวิ่งแค่ 3 หมื่นคัน หรือลดลงไป 70-80% เพราะผู้ขับแท็กซี่ไม่สามารถหารายได้จากการออกวิ่งให้บริการแท็กซี่ได้ เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ และมาตรการคุมเข้มในการระบาดรอบ 3 ทำให้ต้องทิ้งรถ หรือเลิกเช่าซื้อ และกลับภูมิลำเนาไปประกอบอาชีพอื่น

ทั้งนี้ ในแง่รายได้ที่ทำให้ผู้ขับแท็กซี่ต้องทิ้งอาชีพ โดยก่อนโควิดมีรายได้วันละ 2 พันบาท พอเกิดการระบาดโควิดรอบแรกและรอบ 2 รายได้ลดเหลือวันละ 400-500 บาท ซึ่งมีค่าแก๊ส 100 บาท รายได้ก็แทบจะไม่พอดำรงชีพ แต่พอมาเจอรอบ 3 ที่มีการระบาดหนัก ทำให้รายได้เหลือไม่ถึง 300 บาทต่อวัน เรียกได้ว่ายังไม่พอค่าแก๊สเลย แต่ท่ียังวิ่งอยู่บ้างเพราะจำเป็น

“รถส่วนใหญ่ที่นำมาประกอบอาชีพแท็กซี่ไม่ใข่รถปลอดหนี้ โดยสัดส่วน 98% เช่าซื้อ และในจำนวนนั้นมากกว่า 50% ยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระค่างวด เมื่อไม่มีรายได้ก็ต้องปล่อยรถทิ้งไป คนขับก็กลับไปอยู่ต่างจังหวัดหาอาชีพอื่น ซึ่งการที่จะให้รัฐบาลเยียวยาก็ไม่รู้ว่าจะเยียวยากันอย่างไรแล้ว เพราะกระทบหมด โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลเป็นคนกลางที่จะชะลอผ่อนค่างวด 2-3 เดือน แต่พอโควิดไม่จบก็ไม่ไหวกันหมด และยังกระทบมาถึงด้านจิตใจ เพราะคนขับแท็กซี่ที่ออกวิ่งขณะนี้ก็กลัวติดลูกเมียเหมือนกัน”


อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มแท็กซี่ได้ไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องฉีดวัคซีนให้กับคนขับรถแท็กซี่ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากตามที่รัฐบาลได้มีการจัดซื้อวัคซีนสำหรับป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 เพื่อฉีดให้กับคนไทย โดยมีเป้าหมายภายในสิ้นปี 64 คนไทยต้องได้รับการฉีดวัคซีนครอบคลุมมากกว่า 50 ล้านคน โดยจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มบุคคลที่ควรได้รับการฉีดวัคซีนก่อน-หลัง ขณะนี้ได้จัดให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรก  

ดังนั้นจึงทำหนังสือดังกล่าวเพื่อให้พิจารณาถึงบุคคลที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างเร่งด่วนคือ กลุ่มบุคคลที่ให้บริการรถสาธารณะ เช่น คนขับแท็กซี่ คนขับรถตู้ คนขับรถเมล์ วินจักรยานยนต์ รับจ้างสาธารณะ และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ดังกล่าว เช่น บุคลากรของสหกรณ์แท็กซี่ อู่แท็กซี่ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มบุคคลที่ให้บริการรถแท็กซี่ให้ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นกลุ่มแรกๆ เนื่องจากผู้ให้บริการรถสาธารณะถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการรับเชื้อจากผู้ใช้บริการ และยังเสี่ยงต่อการเป็นพาหนะในการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นหลังจากได้รับเชื้อมาแล้ว จึงขอให้ฉีดวัคซีนให้กับคนกลุ่มนี้เป็นการเร่งด่วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการรถแท็กซี่