วันจันทร์ที่ผ่านมาตลาดยังคงจับตาตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ โดยดัชนีสามารถปิดบวกได้ประมาณ 6 จุด มีแรงซื้อเข้ามามากในกลุ่มพยาบาล กลุ่มเหล็ก และกลุ่มเดินเรือ
โดยดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,559.93 จุด +5.94 จุด +0.38% มูลค่าการซื้อขาย 83,672 ลบ.ต่างชาติ +1,847.68 ลบ. TFEX +3,327 สัญญา ตราสารหนี้ +7,050.52 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สหภาพยุโรป (EU) เตรียมเปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสหรัฐในฤดูร้อนนี้ แต่ชาวอเมริกันที่จะเดินทางเข้ายุโรปจำเป็นต้องฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ครบโดสแล้วเท่านั้น
+ คณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐจะส่งวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับอินเดีย
+ สหรัฐเตรียมแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 60 ล้านโดสให้กับประเทศอื่น
+นายกฯ ตั้งเป้าจัดหาวัคซีน 10-15 ล้านโดส/เดือน ฉีดให้ครอบคลุม 50 ล้านคนปีนี้
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 61.92 จุด -0.18% นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟด ในวันที่ 27-28 เม.ย.นี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลข GDP และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
- ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 71 เซนต์ +1.2% ปิดที่ 62.14 ดอลลาร์/บาร์เรล กังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในอินเดียและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันมากเป็นอันดับ 3 และอันดับ 4 ของโลก ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกาหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้
- สหรัฐเปิดเผยว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมี.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 1.5%
- ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ยังอยู่ในระดับสูง 2 พันรายและมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น
- JCR สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศญี่ปุ่น คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับเอลบ และยืนยันมุมมองความน่าเชื่อถือที่ระดับมีเสถียรภาพ โดยให้เหตุผลว่าการระบาดของไวรัสโควิดจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกและการท่องเที่ยว
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีวันนี้มีแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยยังขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด ประกอบกับนักลงทุนยังจับตาการประชุมเฟด ในวันที่ 27-28 เม.ย.นี้ และติดตามจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศอย่างใกล้ชิด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,570 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• ประชาชนไปตรวจโควิด-19 จำนวนมาก BCH VIBHA RJH PR9
• หุ้นได้ประโยชน์จาก WFH ได้แก่ COM7 SYNEX SIS HMPRO ILM ITEL INSET NETBAY
• หลีกเลี่ยงหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดสถานที่ในหลายจังหวัด SPA MAJOR IMPACT
หุ้นรายงานพิเศษ
CPN (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 60 บาท)
กำไรไตรมาสแรกมีโอกาสเติบโต YoY,QoQ
Analyst Meeting
• รายได้งวด 1Q64 มีแนวโน้มลดลง YoY และ QoQ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสอง ทำให้ SSSG ลดลงจากการให้ส่วนลดค่าเช่าร้านค้าปลีก ขณะที่รายได้ธุรกิจโรงแรมยังไม่ฟื้น และธุรกิจอสังหาฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงจากไตรมาสที่แล้ว แต่คาดมีรายการพิเศษในการบันทึกกำไรจากการขายเซ็นทรัลมารีน่าและสาขาลำปางมูลค่ารวม 5,600 ล้านบาทเข้ากอง CPNREITและรายได้ค่าธรรมเนียมซึ่งคิดเป็นรายการหลังภาษีราว 2,000 ล้านบาทเศษ ช่วยหนุนผลการดำเนินงานเติบโตได้ทั้ง YoY และQoQ
• ความเห็น เรายังมีมุมมองบวกจากการเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกให้เช่าจากศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องของรายได้ค่าเช่าจากแผนเปิดบริการศูนย์การค้าใหม่ โดยจะเปิดอีก 3 แห่งที่ ศรีราชา (ก.ย. 64) อยุธยา (ต.ค.64) และจันทบุรี ใน 2Q65 ทั้งนี้ Bloomberg คาดกำไรปกติปี 64 เฉลี่ย 9,761 ล้านบาท +2%YoY
หุ้นมีข่าว
(-) GULF (Bloomberg Consensus 38.38 บาท) ทริสฯ ประกาศเครดิตพินิจองค์กร-หุ้นกู้ GULF เป็น Negative เนื่องมาจากบริษัทประกาศเสนอซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากขนาดของธุรกรรมและการซื้อกิจการที่น่าจะใช้เงินจากการกู้ยืมเป็นส่วนใหญ่แล้วจึงเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้แก่ทริสเรทติ้งต่อความเป็นไปได้ที่บริษัทจะมีสถานะทางการเงินที่อ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญและการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางการเงินของหุ้นกู้ของบริษัท ที่มา IQ
(+) PTTEP (Bloomberg Consensus 133.50 บาท) หยุดงานก่อสร้างโรง LNG ในโมซัมบิกเพื่อความปลอดภัยหลังเกิดเหตุความไม่สงบ (ที่มา IQ)
ความเห็น เรามองเป็นผลกระทบเชิงลบต่อการก่อสร้างซึ่งอาจทำให้การเริ่มผลิตล่าช้า อย่างไรก็ตาม เรายังมีมุมมองบวกต่อผลประกอบการ 1Q64 เนื่องจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง หากราคาปรับตัวลงมองเป็นจังหวะซื้อสะสม
(+) SAMART (Bloomberg Consensus - บาท) ผนึกพาร์ตเนอร์ยักษ์ใหญ่ไซเบอร์สหรัฐ แตกไลน์ปั้นแอปป้องกันข้อมูลมือถือ "PokPong" ปูทางโกยเงินระยะยาว วางหมากยอดดาวน์โหลดแตะ 1 ล้านรายในปีนี้ ชี้จริงจังเร่งสร้าง New S-Curve เข้าเมกะเทรนด์โลก คอนเฟิร์มปี 2564 รายได้โตตามฝัน 1.5 หมื่นล้านบาท อานิสงส์งบภาครัฐ 5G หนุน แถมปรับแผนรับมือโควิดระลอกใหม่ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SAK (Bloomberg Consensus 11.00 บาท) คุมเข้มสินเชื่อสอดรับสถานการณ์โควิดไม่แน่นอน รักษาระดับ NPL ต่า 2.5% เชื่อครึ่งปีหลัง 2564 ภาพรวมฟื้นตัว ความต้องการใช้จ่ายภาคเกษตรกรคงเป้าปี 2564 ฐานลูกค้าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 20% ประมาณ 300,000 สัญญา ดันพอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มเป็น 8,400 ล้านบาท พร้อมยังคงเดินแผนขยายสาขาต่อ 200 สาขา มั่นใจกลางปีนี้แตะ 720 สาขาตามเป้า (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
27 เม.ย. ประชุมครม.
เม.ย.นายกฯ เชิญภาคเอกชน อาทิ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการจัดหาและกระจายวัคซีนร่วมกับภาครัฐ เพื่อกระจายสู่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม
28 เม.ย. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค และดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค จับตาการทบทวนประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2564 เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 2.8% หรือไม่
สัปดาห์ที่ 5 สศอ.แถลงดัชนีอุตสาหกรรม
30 เม.ย. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย
ต่างประเทศ
27 เม.ย. จีน เปิดเผยกำไรภาคอุตสาหกรรม
ธนาคารกลางญี่ปุ่นประชุมนโยบายการเงินสหรัฐเปิดเผยราคาบ้านเดือนก.พ. และ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.
27-28 เม.ย. ธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประชุมนโยบายการเงิน แถลงมติอัตราดอกเบี้ย(เช้าวันที่ 29 เม.ย.)
28 เม.ย. สหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมัน
อียู เปิดเผย ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.
สหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ GDP 1Q64 (ประมาณการเบื้องต้น) และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนมี.ค.









