"พริมา มารีน" คาดปิดดีลซื้อกิจการ "ไทยออยล์มารีน" ได้ภายในไตรมาส 2 นี้ และทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 หนุนศักยภาพการดำเนินธุรกิจในระยะยาว เพิ่มขีดความสามารถการให้บริการ พร้อมกับทุ่ม 2 พันล้านต่อเรือเล็กเพิ่ม ยันเป้ารายได้ปีนี้ยังโตไม่ต่ำกว่า 10%
นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมั่นใจว่า จะมีรายได้เติบโตตามเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 10% มาจากการเข้าซื้อหุ้นบริษัท ไทยออยล์มารีน จำกัด จะช่วยหนุนศักยภาพการดำเนินธุรกิจในระยะยาว เพิ่มขีดความสามารถการให้บริการ ขณะเดียวกันบริษัทยังมุ่งสร้างการเติบโตจากภายในด้วย
สำหรับการซื้อหุ้นบริษัท ไทยออยล์มารีน จำกัด จำนวนทั้งหมด 100% จากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP คาดว่า แล้วเสร็จได้ภายในไตรมาส 2 นี้ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้และกำไรเข้ามาบันทึกในงบการเงินได้ตั้งแต่งวดไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ บริษัทจะรับเรือของไทยออยล์มารีน จำนวน 18 ลำ แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศจำนวน 5 ลำ และกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งเพื่อให้การสนับสนุนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (กลุ่มธุรกิจ Offshore) อีก 13 ลำ รวมถึงจะให้บริการเรือขนส่งปิโตรเลียมระหว่างประเทศด้วยเรือ VLCC อีกจำนวน 3 ลำ โดยมีแผนการส่งมอบทุก 6 เดือนในปี 2564-2565 ด้วยสัญญาระยะยาว
ส่วนทางด้าการเติบโตในปีนี้ บริษัทยังคงแผนจะต่อเรือใหม่ เป็นเรือเล็กเพิ่มอีก 3-6 ลำ ใช้เงินลงทุนราว 2,000 ล้านบาท โดยขณะนี้กำลังศึกษาการต่อเรือ คาดว่าจะทยอยรับเรือมาให้บริการภายใน 12-24 เดือนข้างหน้า
ดังนั้นมั่นใจว่า ในปีนี้จะมีรายได้เติบโตตามเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 10% ได้ แม้ว่าการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนส่งในประเทศอยู่เล็กน้อยในปีนี้ ทำให้ความต้องการขนส่งน้ำมันในประเทศลดลง โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันเครื่องบิน แต่คาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1นี้ ยังใกล้เคียงไตรมาส 4 ปีก่อน และการเติบโตน่าจะเห็นชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากการสร้างความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น









