วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.เคาะ 3.5 แสนล้าน 'อุ้ม' ธุรกิจอ่วมโควิด

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) คลัง-แบงก์ชาติ เคาะซอฟต์โลนใหม่-พักทรัพย์ พักหนี้ 3.5 แสนล้าน อุ้มผู้ประกอบการฟื้นธุรกิจจากผลกระทบโควิด-19 คาดเริ่มภายในเดือน พ.ค.นี้

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ระบุ ธปท. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ปัจจุบันจะทยอยฟื้น ตัวโดยคาดว่าเศรษฐกิจจะกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ได้ในไตรมาส 3 ปี 2565 ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งมีการจ้างงานสูงกว่า 10 ล้านคน คาดว่าจะต้อง ใช้เวลา 4-5 ปีกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเข้าใกล้ระดับก่อนการระบาด หรือประมาณ 40 ล้านคน 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ภาคธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น รวมถึงบางส่วนที่มีหนี้เดิมค้างชำระอยู่ อาจมี ข้อจำกัดในการปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงที่ยังไม่สามารถประเมินรายได้และกระแสเงินสดได้ การให้ความช่วยเหลือเยียวยาระยะสั้นของภาครัฐแก่ลูกหนี้ในปัจจุบัน ผ่านพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 (พ.ร.ก. Soft Loan) ที่มีผลบังคับ ใช้เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2563 จึงยังไม่เพียงพอรองรับสถานการณ์ที่ยาวนานกว่าที่คาดไว้  

ธปท. และกระทรวงการคลัง จึงเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการออกมาตรการทางการเงินเพิ่มเติม โดยคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบต่อร่าง 'มาตรการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (มาตรการฟื้นฟูฯ)' วงเงินรวม 350,000 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ความเห็นชอบแล้ว ประกอบด้วย 2 มาตรการ คือ มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 250,000 ล้านบาท และ มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์ชำระหนี้ และให้สิทธิลูกหนี้ซื้อคืน (โครงการพักทรัพย์ พักหนี้) วงเงิน  100,000 ล้านบาท

 

ด้านประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สุพันธุ์ มงคลสุธี ระบุ มาตรการที่ออกมาเป็นการตอบโจทย์ภาคเอกชนได้จริง ซึ่งที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน  หรือ กกร. พยายามที่จะเสนอเรื่องนี้ต่อภาครัฐหลายครั้ง ซึ่งทั้ง 2 มาตรการเป็นการช่วยปลดล็อกธุรกิจที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้เดิมที่มีปัญหา และ ลูกหนี้ใหม่ที่มีปัญหา ก็จะมีแนวทางในการแก้ไขให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องในกิจการได้ 

สำหรับมาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 250,000 ล้านบาท เน้นผู้ประกอบการที่ถูกผลกระทบจากวิกฤติ แต่ยังมีศักยภาพและต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนาน โดยเน้นการปลดล็อคสำคัญต่างๆ จาก พ.ร.ก.ซอฟท์โลน) เดิมเพื่อให้ลูกหนี้ได้เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น คือ ขยายขอบเขตของลูกหนี้ที่เข้าถึงได้ ขยายเวลาให้ยาวขึ้น ขยายวงเงิน กำหนดดอกเบี้ยให้เหมาะสม ขยายการชดเชยรองรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น

 

มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง (มาตรการพักทรัพย์ พักหนี้) หรือ โกดังพักหนี้ วงเงิน 100,000 ล้าน บาท เป็นมาตรการให้ลูกหนี้ตีโอนทรัพย์ โดยมีสิทธิซื้อคืนกลับได้ ซึ่งประโยชน์คือช่วยลดภาระลูกหนี้ ให้โอกาสลูกหนี้ซื้อทรัพย์คืนกลับมาได้ ลดความเสี่ยงในการขายทรัพย์สินในราคาต่ำเกินไป และช่วยให้ธุรกิจกลับมาเปิดกิจการได้ เป็นการช่วยรักษาการจ้างงานไว้