วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้น ครม. เคาะซอฟต์โลน-ตั้งโกดังพักหนี้

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีการพิจารณาอนุมัติ โครงการสินเชื่อซอฟโลน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย รวมไปถึงจะมีการพิจารณาโครงการทัวร์เที่ยวไทย ที่รัฐจะสมทบเงินให้ประชาชนด้วย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุเครืองามรองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี

โดยในวันนี้จะมีพิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือ “ซอฟต์โลนภาค 2” และ ‘โครงการโกดังพักหนี้’ เพื่อช่วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวโดยเฉพาะโรงแรม ที่จะเปิดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด 19 และมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันในสินเชื่อ สามารถตีโอนทรัพย์ไปพักไว้ที่ สถาบันการเงิน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายหนี้ โดยจะกำหนดระยะเวลาและราคาในการซื้อคืนเมื่อสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้น

การประชุม คณะรัฐมนตรีวันนี้ คาดว่า กระทรวงการคลัง จะรายงานถึงความความคืบหน้าในการจัดทำรายละเอียด มาตรการช่วยเหลือข้าราชการผู้มีรายได้น้อยจำนวนประมาณ 1 ล้านคน โดยจะใช้ชื่อโครงการว่า ”เราผูกพัน” หลังจากที่รัฐบาลเยียวยาคนกลุ่มอื่นไปหมดแล้ว เหลือเพียงกลุ่มข้าราชการที่มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้าย โดยจะเป็นลักษณะช่วยลดค่าครองชีพ

รวมไปถึงจะพิจารณาโครงการทัวร์เที่ยวไทย ที่รัฐจะสมทบเงินให้ประชาชนรับสิทธิเพื่อเดินทางท่องเที่ยว และ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 หวังกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-15 เมษายนนี้

นอกจากนี้ ครม. จะได้พิจารณา ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นครั้งที่ 11 ออกไปอีก 2 เดือน จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 และ รับทราบการผ่อนคลายมาตรการในการปรับระดับพื้นที่การแบ่งโซนสีตามสถานการณ์ โดยยกเลิกพื้นที่โซนสีแดงทั้งหมด ซึ่งทำให้ทั้งประเทศจะเหลือเพียงพื้นที่สีส้ม สีเหลือง และสีเขียว

นอกจากนี้นายสุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะรายงานผลการดำเนินการ โครงการประกันตน​ ตามมาตรา 33​ หรือ​ เรารักกัน​ จากการตรวจสอบได้มีการโอนเงิน​ผู้ที่ได้สิทธิ์​ไปแล้วกว่า5ล้าน7แสนคน​ โดยมีผู้ยืนยันรับสิทธิ์​แล้วกว่าร้อยละ​ 96 ซึ่งจากการสำรวจผู้ประกอบการ​และผู้ใช้บริการพบ​พอใจและมีเสียงตอบรับที่ดี​ ส่วนตัวมองว่าโครงการนี้จะลงตัวและเรียบร้อย​ ทั้งชื่อโครงการและระบบต่างๆเพราะถือเป็นนิมิตหมาย​ที่ดีสำหรับผู้ใช้ในการถามร้านค้าว่า​ 'เรารักกันหรือไม่'​ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ​ภายในประเทศอีกกว่า5พัน7ร้อยล้านบาท​

ส่วนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จะไม่มีการเข้าพิจารณาในวันนี้ เนื่องจากจะใช้กระตุ้นในช่วงโลว์ซีซั่น

ต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาในวันนี้ เพื่อหวังให้ช่วงเทศกาลสงกรานต์มีเงินสะพัดเพิ่มมากขึ้น