(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีการพิจารณาอนุมัติ โครงการสินเชื่อซอฟโลน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย รวมไปถึงจะมีการพิจารณาโครงการทัวร์เที่ยวไทย ที่รัฐจะสมทบเงินให้ประชาชนด้วย
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุเครืองามรองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี
โดยในวันนี้จะมีพิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือ “ซอฟต์โลนภาค 2” และ ‘โครงการโกดังพักหนี้’ เพื่อช่วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวโดยเฉพาะโรงแรม ที่จะเปิดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด 19 และมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันในสินเชื่อ สามารถตีโอนทรัพย์ไปพักไว้ที่ สถาบันการเงิน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายหนี้ โดยจะกำหนดระยะเวลาและราคาในการซื้อคืนเมื่อสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้น
การประชุม คณะรัฐมนตรีวันนี้ คาดว่า กระทรวงการคลัง จะรายงานถึงความความคืบหน้าในการจัดทำรายละเอียด มาตรการช่วยเหลือข้าราชการผู้มีรายได้น้อยจำนวนประมาณ 1 ล้านคน โดยจะใช้ชื่อโครงการว่า ”เราผูกพัน” หลังจากที่รัฐบาลเยียวยาคนกลุ่มอื่นไปหมดแล้ว เหลือเพียงกลุ่มข้าราชการที่มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้าย โดยจะเป็นลักษณะช่วยลดค่าครองชีพ
รวมไปถึงจะพิจารณาโครงการทัวร์เที่ยวไทย ที่รัฐจะสมทบเงินให้ประชาชนรับสิทธิเพื่อเดินทางท่องเที่ยว และ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 หวังกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-15 เมษายนนี้
นอกจากนี้ ครม. จะได้พิจารณา ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นครั้งที่ 11 ออกไปอีก 2 เดือน จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 และ รับทราบการผ่อนคลายมาตรการในการปรับระดับพื้นที่การแบ่งโซนสีตามสถานการณ์ โดยยกเลิกพื้นที่โซนสีแดงทั้งหมด ซึ่งทำให้ทั้งประเทศจะเหลือเพียงพื้นที่สีส้ม สีเหลือง และสีเขียว
นอกจากนี้นายสุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะรายงานผลการดำเนินการ โครงการประกันตน ตามมาตรา 33 หรือ เรารักกัน จากการตรวจสอบได้มีการโอนเงินผู้ที่ได้สิทธิ์ไปแล้วกว่า5ล้าน7แสนคน โดยมีผู้ยืนยันรับสิทธิ์แล้วกว่าร้อยละ 96 ซึ่งจากการสำรวจผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการพบพอใจและมีเสียงตอบรับที่ดี ส่วนตัวมองว่าโครงการนี้จะลงตัวและเรียบร้อย ทั้งชื่อโครงการและระบบต่างๆเพราะถือเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับผู้ใช้ในการถามร้านค้าว่า 'เรารักกันหรือไม่' อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอีกกว่า5พัน7ร้อยล้านบาท
ส่วนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จะไม่มีการเข้าพิจารณาในวันนี้ เนื่องจากจะใช้กระตุ้นในช่วงโลว์ซีซั่น
ต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาในวันนี้ เพื่อหวังให้ช่วงเทศกาลสงกรานต์มีเงินสะพัดเพิ่มมากขึ้น








