วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เฟดจะหยุดช่วยเหลือแบงก์

ศุกร์ที่ผ่านดัชนีปรับตัวลง เนื่องจาก FTSE มีการปรับลดน้ำหนักหุ้นไทย จึงมีแรงขายหุ้นกลุ่ม Big Cap. ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงแรงเป็นตัวช่วยกดตลาด

ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,563.96 จุด -4.86 จุด -0.31% มูลค่าการซื้อขาย 88,717.86 ลบ. ต่างชาติ -2,996.91 ลบ. TFEX -3,820 สัญญา ตราสารนี้ -887 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.42 ดอลลาร์ +2.4% ปิดที่ 61.42 ดอลลาร์/บาร์เรล จากสถานการณ์ตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง แต่ราคาน้ำมันในรอบสัปดาห์นี้ร่วงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. วิตกการล็อกดาวน์รอบใหม่ และความล่าช้าในการฉีดวัคซีนในบางประเทศของยุโรป
+ รัฐบาลญี่ปุ่นยกเลิกการประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียวและสามจังหวัดโดยรอบ ซึ่งเป็นพื้นที่สุดท้ายในญี่ปุ่นที่อยู่ภายใต้มาตรการฉุกเฉินเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19
+ ขณะนี้วัคซีนซิโนแวกจำนวน 800,000 โดส มาถึงประเทศไทยแล้ว รัฐบาลเผยคนไทยฉีดวัคซีนแล้ว 62,941 ราย
+ WHO เปิดเผยว่า ข้อมูลการใช้วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าไม่ได้บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 234.33 จุด -0.71% หุ้นกลุ่มธนาคารถูกกดดันหลังเฟดเปิดเผยว่าจะไม่ต่ออายุโครงการผ่อนคลายด้านเงินทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ และรายงานข่าวที่ว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังทำการตรวจสอบบริษัทวีซ่า อิงค์เกี่ยวกับพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขัน
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 1.7% หลังมีข่าว FED จะไม่ต่ออายุโครงการผ่อนคลายด้านเงินทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์
-ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ระบุว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ 2 ชนิดที่พบครั้งแรกในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นสายพันธุ์ที่อันตรายและน่ากังวล
- ความสัมพันธ์สหรัฐและจีนยุคไบเดนยังตึงเครียดหลังการเจรจาของเจ้าหน้าที่ระดับสูง
- กทม.พบโควิด-19 ระบาดคลัสเตอร์ใหม่ในโรงงานย่านพระราม 2 และสมุทรปราการ
-การชุมนุมทางการเมืองในช่วงวันหยุดมีเหตุปะทะสลายม็อบ

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจากการที่เฟดจะไม่ต่ออายุโครงการผ่อนคลายด้านเงินทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีประเด็นลบจากการพบโควิด-19 คลัสเตอร์ใหม่ย่านพระราม 2 คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,570 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• ดัชนีค่าระวางเรือปรับตัวขึ้น TTA PSL RCL
• วัคซีนพาสปอร์ต AWC MINT CENTEL CPN CRC SPA AOT
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากวัคซีนโควิด-19 THG BDMS BCH RAM PRINC VIH
• หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการที่ ตลท. ปรับเกณ์คำนวณ Free Float Adjusted Market Cap. BBL SCB SCC CPALL ส่วนหุ้นที่เสียประโยชน์ได้แก่ AOT DELTA GULF OR

หุ้นรายงานพิเศษ

                 PACO       ราคา IPO 1.40 บาท

•บมจ. เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ (PACO) เริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันแรก โดยเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องปรับอากาศรถยนต์ทดแทนในตลาดชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ทดแทนให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้ตราสินค้า “PACO” ผลิตภัณฑ์หลัก คือ คอยล์ร้อน (condenser) และคอยล์เย็น (evaporator) ปัจจุบันมีสินค้ามากกว่า 2,600 รุ่น ครอบคลุมหลากหลายแบรนด์ของยานยนต์ทุกประเภท ทั้งนี้ ในปี 2563 มีสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศ 46.6% และต่างประเทศ 53.4% โดยการส่งออกผลิตภัณฑ์ครอบคลุมถึงทวีปเอเชีย อเมริกาเหนือ ยุโรป อเมริกาใต้ และออสเตรเลีย

•มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IP0 1,400 ล้านบาท หุ้นที่ขาย IPO 260 ล้านหุ้น เสนอขาย IPO) จำนวนไม่เกิน 195 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 39 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน จำนวนไม่เกิน 26 ล้านหุ้น ราคา IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 18.42 เท่า ขณะที่ PE อุตสาหกรรม (SET) อยู่ที่ระดับ 35 เท่า

หุ้นมีข่าว

(+) PTTGC (Bloomberg Consensus 75.00 บาท) ทุ่มเงิน 7.5 พันล้านบาท ตั้งโต๊ะเทนเดอร์ฯ รับซื้อหุ้น “วีนิไทย” หรือ VNT จากผู้ถือหุ้นรายย่อย 192.49 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 16.24% ในราคาไม่เกินหุ้นละ 39 บาท ก่อนเตรียมเพิกถอนออกจากตลท. พร้อมจับมือ “AGC Inc.” นำ VNT ควบรวมกิจการกับ “ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์” หรือ AGC-TH เกิดเป็นบริษัทใหม่ หวังเสริมแกร่งเคมีภัณฑ์ปลายน้ำ รุกคืบขยายตลาด CLMV (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+/-) DOD (Bloomberg Consensus - บาท) “อย.” ทำหุ้นกลุ่มกัญชงระส่ำ! หลังเรียกคืนใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดกัญชงจากเอกชน 7 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือ DOD เจอแรงเทขายฉุดราคาหุ้นร่วง! พ่วง 4 หุ้นพันธมิตร “JKN-CHAYO-KISS-BEAUTY” ดิ่งถ้วนหน้า ฟาก “อย.” ออกมาแจงภายหลังไม่ได้ยึดคืน แต่แค่นำกลับมาเพิ่มรายละเอียดแนบท้ายให้ถูกต้อง ฟาก DOD ลุ้นสัปดาห์นี้อย.ส่งคืนใบอนุญาต (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) HMPRO (Bloomberg Consensus 16.30 บาท) HMPRO บุกตลาดเวียดนามเต็มสูบ เผยปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตเปิดสำนักงานใหญ่ และศึกษาตลาด เชื่อกำลังซื้อฟื้นตัวครึ่งปีหลัง 2564 เตรียมขยายสาขาในประเทศ และมาเลเซีย ชูกลยุทธ์สินค้า Private Brands ดันมาร์จิ้น(ที่มา ทันหุ้น)

(+) NRF (Bloomberg Consensus 8.50 บาท) NRF จ่อเซ็น MOU พันธมิตรกัญชง กลางน้ำ-ปลายน้ำ คาดเซ็นสัญญาภายใน 2 สัปดาห์นี้ พร้อมเดินหน้าขอใบอนุญาตสินค้ากัญชงที่เป็นเทอร์ปีน ชี้หากมีซัพพลายกัญชงออกมามากจะเดินหน้าพัฒนาสินค้าอีก ส่วนกลุ่ม Plant-Based เจรจาพันธมิตรต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ 

23 มี.ค. ประชุมครม.

สัปดาห์ที่ 4 ก.พาณิชย์แถลงส่งออก-นำเข้า

24 มี.ค. ประชุมกนง. ครั้งที่ 2/2564

สัปดาห์ที่ 5 สศอ. แถลงดัชนีอุตสาหกรรม

สัปดาห์ที่ 5 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

31 มี.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

ต่างประเทศ

22 มี.ค. ญี่ปุ่นเปิดเผยดัชนีชี้น้ำเศรษฐกิจ

           สหรัฐเปิดเผยดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจทั่วประเทศ และยอดขายบ้านมือสอง

23 มี.ค. อังกฤษเปิดเผยอัตราว่างงาน

           สหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่

24 มี.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่นเปิดเผยรายงานการประชุม

           อียูเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือนมี.ค.

           สหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นเดือนมี.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์