วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’วันนี้เปิด‘แข็งค่า’ที่30.82บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินฝั่งดอลลาร์มีทิศทางแข็งค่าจากปีก่อนอย่างต่อเนื่องเพราะตลาดการเงินอยู่ช่วงผันผวน ขณะที่ช่วงนี้คาดมีเงินไหลเข้ามาพักในเอเชียหลังตุรกีปลดประธานธนาคารกลาง ทำให้เงินบาทไม่อ่อนค่ามาก โดยยังเคลื่อนไหวกรอบแคบ จับตากนง.ในวันพุธนี้แม้คาดคงดอกเบี้ย แต่รอฟังทิศทางนโยบายการเงินทิศทางเศรษฐกิจในอนาคตก่อน

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ไทยพาณิชย์ หรือSCBS เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 30.82 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 30.84 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 30.70-30.90 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบเงินบาทรายสัปดาห์ 30.60-31.00 บาทต่อดอลลาร์

เชื่อว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้จะแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยในระยะสั้นเงินบาทไม่ใช่เป้าหมายหลักของนักลงทุนเพราะมีความไม่แน่นอนทั้งจากภาพรวมเศรษฐกิจและการเมือง

อย่างไรก็ดีเนื่องจากในสัปดาห์นี้มีการประชุมกนง.รออยู่ จึงไม่น่ามีการซื้อขายมากนักและนักค้าเงินส่วนมากจะเลือกรอฟังทิศทางนโยบายการเงินก่อน

ส่วนในฝั่งต่างประเทศก็มีความเสี่ยงของเงินลีราตุรกี (TRY) ที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วหลังประธานธนาคารกลางถูกปลดกระทันหัน นักลงทุนในกลุ่ม EM จึงอาจย้ายเงินมาพักที่เอเชียเพื่อความปลอดภัย คาดว่าจะหนุนให้เงินบาทไม่อ่อนค่ามากเช่นกัน

ในสัปดาห์นี้มีนโยบายการเงินไทยที่ต้องติดตามแม้เราจะเชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมติ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ตามที่ตลาดคาดไว้ในวันพุธนี้ แต่ตลาดน่าจะจับตาไปที่มุมมองของกนง.ต่อที่ทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจใหม่ในปีนี้จากปลายปีที่แล้วที่ประเมินไว้ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวเพียง 3.2% ในปี 2021

ในฝั่งสหรัฐ น่าสนใจที่สุดคือการประกาศตัวเลขรายได้และค่าใช้จ่ายของชาวสหรัฐ (U.S. Personal Income and Spending)ในวันศุกร์ ซึ่งตัวเลขในเดือนกุมภาพันธ์นี้ คาดว่ารายได้จะหดตัว 5.8% จากมกราคมที่ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่รายจ่ายมองว่าจะหดตัวราว 1.2% ชี้ว่าประชาชนสหรัฐยังคงมีสภาพคล่องส่วนเกินจากนโยบายการคลัง คาดว่าจะเป็นประเด็นที่หนุนให้การใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาสที่สอง

ในฝั่งยุโรปจะมีการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Eurozone Manufacturing and Services PMI) ในภาคการผลิตมองว่าจะฟื้นตัวต่อไปที่ระดับ 57.9จุด แต่ในภาคบริการมีโอกาสปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 45.0จุดเนื่องจากความไม่เชื่อมั่นในวัคซีน

ส่วนในตลาดเงินดอลลาร์มีทิศทางแข็งค่าจากปีก่อนอย่างต่อเนื่องเพราะตลาดการเงินอยู่ช่วงผันผวน ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐมีมากกว่ายุโรปหรือญี่ปุ่น โดยรวมเรามองว่านโยบายการเงินเป็นเรื่องที่ตลาดให้ความสนใจน้อยลงมาก

ระยะถัดไปดอลลาร์จึงจะมีประเด็นที่น่าสนใจมากกว่าสกุลเงินหลักอื่นเนื่องจากมีนโยบายแจกเงินที่คาดว่าจะถึงมือประชาชนชาวสหรัฐในช่วงปลายมีนาคม คาดว่าจะทำให้การลงทุนในสหรัฐและดอลลาร์ไม่ปรับตัวลงแรงในช่วงนี้ กรอบดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) สัปดาห์นี้ 91.4-92.4จุด ระดับปัจจุบัน 92.0จุด

นายพูน พานิชพิบูลย์  นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทมีโอกาสผันผวนตามการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์สามารถแข็งค่าขึ้น ตามการปรับตัวขึ้นของยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ซึ่งการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและดีกว่าคาด จะช่วยหนุนให้ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ สามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ กดดันให้สกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ อ่อนค่าลง

นอกจากนี้ ต้องจับตาทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย หรือ ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติในระยะสั้น โดยเฉพาะ ฟันด์โฟลว์ในฝั่งหุ้น ที่อาจจะไหลออกสุทธิได้

ทั้งนี้ เรามองว่า เงินบาทอาจไม่อ่อนค่าลงเร็ว เพราะฝั่งผู้ส่งออกต่างก็รอขายเงินดอลลาร์ที่ระดับใกล้ 30.90-31.00 บาทต่อดอลลาร์  และหากเงินบาทอ่อนค่าลงไปต่ำกว่า 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ก็อาจอ่อนค่าไปได้ถึงระดับ 31.20-31.25 บาทต่อดอลลาร์

มองกรอบเงินบาทในสัปดาห์นี้ที่ระดับ 30.70-31.20 บาทต่อดอลลาร์และกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.75-30.90 บาท/ดอลลาร์