วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลชี้ขัด รธน.รัฐลุ้นเซฟ 'ค่าโง่' โฮปเวลล์ 2.5 หมื่นล้าน

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) มติศาลรัฐธรรมนูญ 5:2 ชี้มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด นับอายุความคดีโฮปเวลล์ ขัดรัฐธรรมนูญ ขณะที่โฆษกศาลปกครองชี้คำสั่งศาลยังมีผล

วานนี้ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้ร้องที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2545 วันที่ 27 พ.ย.2545

โดยผู้ร้องอ้างว่าเป็นระเบียบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 44 กำหนดให้นับอายุความฟ้องคดีปกครองตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2544 มาใช้อ้างอิงในคดีสัญญาสัมปทานโครงการโฮปเวลล์ แต่มิได้ดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 5 วรรคหนึ่ง มาตรา 25 วรรคสาม มาตรา 188 และมาตรา 197 ขอให้สั่งเพิกถอนมติหรือการกระทำดังกล่าว เรื่องพิจารณาที่ ต. 59/2563

ทั้งนี้ ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ครบองค์คณะของศาลรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 52 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า องค์คณะของศาลในการพิจารณาคดีและในการทำคำวินิจฉัยต้องประกอบด้วยตุลาการไม่น้อยกว่า 7 คน

เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถอนตัวจากการพิจารณาคดีนี้ตั้งแต่ต้นตาม พ.ร.บ.ศาลรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 34 ประกอบมาตรา 32 (1) และนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เลือกนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่แทนประธานศาลรัฐธรรมนูญ

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2545 เรื่องปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครอง เป็นการออกระเบียบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542 มาตรา 44 แต่มิได้ดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง และมาตรา 197 วรรคสี่

การร้องดังกล่าวสืบเนื่องจากกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท.เป็นคู่สัญญาฝ่ายรัฐในสัญญาสัมปทานโครงการถนนและทางรถไฟยกระดับโฮปเวลล์ ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินยื่น อ้างว่ามติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ ไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา มติดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่สามารถใช้บังคับได้

ต่อมา ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดำเนินการตรวจสอบและมีมติเห็นว่า เมื่อมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สามารถใช้บังคับได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 5 มาตรา 6 และ มาตรา 44

อีกทั้งมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ยังกำหนดให้เริ่มนับอายุความคดีปกครอง ตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.2544 ผิดไปจาก พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 51 ที่บัญญัติว่า ให้เริ่มนับระยะเวลาอายุความคดีปกครองตั้งแต่วันที่ “รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี”

ดังนั้นจึงเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 188 และมาตรา 197 ทำให้เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการกระทำที่ไม่อาจใช้บังคับได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง บุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิดังกล่าวสามารถใช้สิทธิทางศาลรัฐธรรมนูญได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงวินิจฉัยให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ60 ประกอบ มาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561

+++ นายกฯ ชี้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญช่วยประหยัดงบฯ +++

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า คำสั่งศาลปกครองสูงสุดคดีโฮปเวลล์ เมื่อปี 2545 ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า จะให้คณะทำงานติดตามในรายละเอียดอีกครั้ง และนำคำวินิจฉัยกลับไปพิจารณา ว่ารัฐบาลจะสามารถดำเนินการอย่างไรต่อไปได้บ้าง ซึ่งถ้าเป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะเรื่องดังกล่าว เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลก่อนๆ แต่กลับต้องมาแก้ไขในสมัยรัฐบาลนี้ และถ้าสามารถแก้ไขได้ก็ถือเป็นการดี เป็นการสงวนเงินงบประมาณของแผ่นดิน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะกระทำการใดก็ตาม รัฐบาลระมัดระวังอย่างถึงที่สุด และต้องเริ่มต้นทุกอย่างด้วยความถูกต้อง และกำชับไม่ให้เกิดการทุจริต

ขอให้เข้าใจว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ค้างคามาจนถึงรัฐบาลนี้ และได้พยายามแก้ไขโดยใช้กระบวนการทางกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่า รัฐบาลจะแก้ปัญหาเช่นนี้ต่อไป ในทุกเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ แต่หลายอย่างต้องใช้เวลาและค่อยเป็นค่อยไป

+++ โฆษกศาลปกครองยันรัฐต้องจ่ายชดเชยโฮปเวลล์ +++

ด้านโฆษกศาลปกครอง ประวิตร บุญเทียม ระบุ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวิจิฉัยเกี่ยวกับมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดเรื่องปัญหาเกี่ยวกับการนับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครองขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่ขณะนี้ยังต้องมีการบังคับตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดในคดีที่ศาลยกคำร้องของกระทรวงคมนาคมและ รฟท.ขอเพิกถอนคำสั่งอนุญาโตตุลาการ ทำให้กระทรวงคมนาคมและ รฟท.ต้องดำเนินการตามที่อนุญาโตตุลาการมีคำสั่งให้จ่ายเงินชดเชยจากการบอกเลิกสัญญา

โฆษกศาลปกครองยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมยังต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด แต่ขึ้นกับว่ากระทรวงฯจะขอให้ศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่หรือไม่

กระทรวงคมนาคมสามารถยื่นขอให้ศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่ได้ เพราะมีเหตุใหม่เพิ่มจากการร้องขอพิจารณาคดีใหม่ที่ผ่านมา ถ้ายื่นเรื่องมาแล้ว ศาลปกครองจะนำคำวินิจฉัยฉบับเต็มของศาลรัฐธรรมนูญมาพิจารณาประกอบ และผลการพิจารณาขึ้นกับดุลพินิจของศาลปกครอง

+++ ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ไม่กระทบเชื่อมั่นนักลงทุน +++

ด้านประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ระบุ หลังจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญคงส่งคำวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์มาที่ผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะแจ้งกลับไปกระทรวงคมนาคม และ รฟท. โดยทั้ง 2 หน่วยงานคงนำคำวินิจฉัย ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานข้อมูลใหม่ ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอรื้อฟื้นคดีจ่ายค่าเสียหายโฮปเวลล์ได้ แต่ที่สุดแล้วจะมีผลให้รัฐไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของศาลปกครอง ไม่ขอก้าวล่วง แต่ถือว่ารัฐบาลมีลุ้นที่อาจไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนให้กับเอกชน

ส่วนตัวมองว่าปัญหาดังกล่าวไม่น่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลุงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในไทย เพราะเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างก็ใช้สิทธิตามที่กฎหมายเปิดโอกาสไม่ได้ทำอะไรที่นอกเหนือกฎหมายกำหนดไว้

+++ คมนาคมยันไม่จ่าย 'ค่าโง่' โฮปเวลล์ +++

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ระบุ กระทรวงฯจะรอความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินและคำวินิจฉัยฉบับเต็มของศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นจะพิจารณาดำเนินการต่อไป โดยจะยังไม่จ่ายค่าชดเชยให้โฮปเวลล์แม้จะมีคำสั่งศาลมาตั้งแต่ปี 2562 เพราะที่ผ่านมามีการยื่นคุ้มครองและยื่นขอพิจารณาคดีใหม่

ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะทำงานหาผู้กระทำผิดทางละเมิด โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคม ชยธรรม์ พรหมศร เป็นประธาน ซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง ประเมินมูลค่าความเสียหายต่อรัฐที่บุคคลต้องรับผิดชอบ ก่อนจะรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป