ตลาดหุ้นวานนี้แกว่งตัวกรอบแคบบวกสลับลบตลอดช่วงการซื้อขาย คาดตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่เข้าหนุน
ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ภายในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และวัคซีนแอสตราเซเนกาที่มีปัญหาสร้าง Sentiment เชิงลบต่อดัชนี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,565.73 จุด -2.46 จุด -0.16% มูลค่าการซื้อขาย 72,811.44 ลบ. ต่างชาติ -829.20 ลบ. TFEX -14,630 สัญญาตราสารนี้ +454 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 174.82 จุด +0.53% นลท.เข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจโรงแรม
+ นางเจเน็ต เยลเลน รมว.คลังสหรัฐให้ความเห็นว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์จะอยู่ในระดับต่ำและสามารถควบคุมได้
+ บริษัทแอสตร้าเซเนก้าเปิดเผยว่าได้ทำการทบทวนข้อมูลความปลอดภัยของวัคซีนป้องกันโควิด-19 และยังคงไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าวัคซีนของบริษัทเป็นสาเหตุที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
+ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับการยืนยันจากทีมแพทย์แล้วว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้ามีความปลอดภัย ปัญหาลิ่มเลือดอุดตันไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่อย่างใด ดังนั้น ในวันที่ 16 มีนาคม จะเดินหน้าฉีดวัคซีนทั่วประเทศตามแผน
+ นักวิชาการเห็นด้วยว่า ม.33 เรารักกัน-เราชนะ-คนละครึ่งเฟส 3 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
ปัจจัยลบ
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 22 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 65.39 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การที่หลายประเทศในยุโรปยังคงใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน
- ที่ปรึกษาทำเนียบขาวยอมรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจทำให้เกิดเงินเฟ้อ
- เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลีระงับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าหวั่นเกิดลิ่มเลือดอุดตัน รอผลประเมินจากองค์การยาแห่งยุโรป (EMA) พรุ่งนี้ ขณะที่ WHO เน้นย้ำว่าไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามีความเชื่อมโยงกันและไม่ควรตื่นตระหนก
- เลขาธิการ สภาพัฒน์ กังวลโควิด-19 ตลาดบางแค หลังยอดติดเชื้อพุ่ง แนะนำให้จับตาใกล้ชิด-โควิด-19
- การเมืองในประเทศมีประเด็นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญและการปรับครม.(ยังไม่ทราบผล)
+/- องค์การยาแห่งยุโรป (EMA) เตรียมประชุมพิเศษพฤหัสบดีนี้ หวังหาข้อสรุปต่อวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวออกข้าง โดยยังขาดปัจจัยใหม่เข้ากระทบตลาด ประกอบกับนักลงทุนยังคงจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้ คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,580 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• ดัชนีค่าระวางเรือปรับตัวขึ้น TTA PSL RCL
• วัคซีนพาสปอร์ต AWC MINT CENTEL CPN CRC SPA AOT
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากวัคซีนโควิด-19 THG BDMS BCH RAM PRINC VIH
หุ้นรายงานพิเศษ
VIH ได้รับอานิสงส์จากการฉีดวัคซีนโควิด-19
•บจก. ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ (VIH) ประกอบด้วยโรงพยาบาลในกลุ่ม 4 โรงพยาบาล คือ 1) รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย 2) รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม 3) รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล สมุทรสาคร และ 4) รพ.วิชัยเวช แยกไฟฉาย ให้บริการในลักษณะโรงพยาบาลทั่วไประดับทุติยภูมิ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทุกสาขา และโดดเด่นด้านโรคกระดูกและข้อ
•กทม.เลือกรพ.วิชัยเวชอินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขมเป็นโรงพยาบาลฉีดวัคซีนล็อตแรก นอกจากนี้โรงพยาบาลอื่น ๆ อยู่ในสมุทรสาครด้วย
•ราคาหุ้นซื้อขายที่ PE 25x ต่ำกว่ากลุ่มที่ระดับ 59xปี 63 กำไรหดตัว 7% เหลือ 186.28 ลบ. อัตรากำไรสุทธิ 8.13% ลดลงเล็กน้อยจาก 8% ในปี 62 EBITDA margin 10.9% ใกล้เคียงกับ 10.64% ในปี 62
หุ้นมีข่าว
(+) IMH (Bloomberg Consensus - บาท) จ่อรับรู้รายได้จากธุรกิจ “โรงพยาบาลประชาพัฒน์” จำนวน 312 ล้านบาท ไตรมาส 2/64 พร้อมขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มสิทธิบัตรทอง และกลุ่มประกันสังคม ดันรายได้ปี 64 โตก้าวกระโดดแตะ 650 ล้านบาท และส่งซิกซื้อกิจการเพิ่มในอนาคต (ที่มา ข่าวหุ้น)
(0) SEAFCO (Bloomberg Consensus 4.95 บาท)คาดปีนี้รายได้ทรงตัวระดับ 2 พันล้านบาท เหตุตลาดก่อสร้างครึ่งปีแรกยังไม่ฟื้นจากโควิด-19 รอลุ้นครึ่งปีหลังเริ่มฉีดวัคซีนแล้ว หวังรัฐปล่อยประมูลเมกะโปรเจกต์มากขึ้น โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีส้ม คาดได้งานเร็วสุดงานสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพู (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) SISB (Bloomberg Consensus 11.65 บาท) ลุ้นดีลใหญ่เข้าลงทุนโรงเรียนเอกชนต่อยอด คาดชัดเจน Q3/2564 พร้อมคาดผลงานปี 2564 ทำนิวไฮ รายได้โต 20-30% คาดรับนักเรียนใหม่ราว 200 คน ปรับค่าเทอมแล้ว 5% พร้อมเดินหน้าสร้างโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี คาดเปิดดำเนินการเดือน ส.ค.64 ฟากโบรกมองกำไรปีนี้โต 68% มาร์จิ้นเพิ่มเป็น 45% (ที่มา ทันหุ้น)
(+) BJCHI (Bloomberg Consensus - บาท) มองอุตสาหกรรมปี 2564 เติบโตดีกว่าปี 2563 หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ใส่เกียร์ชิงเค้กก้อนใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 572 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เบื้องต้นคาดหวังได้รับงานทั้งหมด อวดแบ็กล็อกในมือ 2.7 พันล้านบาท คาดรับรู้ต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2564 จับตาปี 2564 พลิกทำกำไร (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
16 มี.ค. ประชุมครม.
17-18 มี.ค. นัดประชุมร่วมรัฐสภา
สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สัปดาห์ที่ 4 ก.พาณิชย์แถลงส่งออก-นำเข้า
24 มี.ค. ประชุมกนง. ครั้งที่ 2/2564
สัปดาห์ที่ 5 สศอ. แถลงดัชนีอุตสาหกรรม
สัปดาห์ที่ 5 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
31 มี.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย
ต่างประเทศ
16 มี.ค. ญี่ปุ่นเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรม
สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีก ราคานำเข้าและส่งออก การผลิตภาคอุตฯ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ
16-17 มี.ค. ประชุม FED
17 มี.ค. อียูเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ.
สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง สต็อกน้ำมัน FOMC แถลงมติอัตราดอกเบี้ย (เช้า 18 มี.ค.)
18 มี.ค. กำหนดประชุม BoE
อียูเปิดเผยดุลการค้าเดือนม.ค.
สหรัฐเปิดเผยดัชนีการผลิต จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
19 มี.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่นประชุม









