KTCรุกธุรกิจสินเชื่อมีประกันหนุนกำไรนิวไฮ

KTCรุกธุรกิจสินเชื่อมีประกันหนุนกำไรนิวไฮ

มื่อ 2 ธุรกิจเดิม “บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล” ถูกลดเพดานดอกเบี้ยเรื่อยๆ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว จำต้องมองหาช่องทางสร้างการเติบโตใหม่

ด้าน ชุติเดช ชยุติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน KTC แจกแจง แผนความคืบหน้าแผนการซื้อหุ้น เคทีบี ลีสซิ่ง ว่า 8 เม.ย.นี้ ขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อน และต้องรอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุมัติถัดไป จึงจะสามารถดำเนินการโอนและเริ่มนับหนึ่งการเข้าไปทำธุรกิจได้ ซึ่งคาดว่าหลังจากกระบวนการโอนหุ้นเสร็จ ธุรกิจสินปล่อยสินเชื่อมีหลักประกันตัวแรกที่มีโอกาสเริ่มทำได้น่าจะเป็นพอร์ตสินเชื่อรถยนต์ เพราะเป็นพอร์ตที่เข้าถึงรีเทลมากสุด  

ทั้งนี้การรุกเข้ามาทำสินเชื่อมีหลักประกัน “เคทีซี” มีโอกาสทำธุรกิจที่กว้างมากขึ้น ที่เป็นประเภทลิสซิ่งเครื่องจักร การเข้าสู่ลิสซิ่งสินเชื่อรถใหม่-มือสอง นอกเหนือจำนำทะเบียน ซึ่งอนาคตจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ และคุณภาพสินเชื่อในพอร์ตให้ดีขึ้นไปอีกด้วย 

“การเข้าไปถือ KTBL จะทำให้ KTC จะเป็นแขนธุรกิจในด้านรีเทลให้กับกรุงไทยหลังจากนี้ และจะทำให้มีวงเงินสนับสนุนในการทำธุรกิจด้วย”

สำหรับธุรกิจหลักในปีนี้ เน้นทำกำไรแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยกลยุทธ์บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล บริษัทมุ่งรักษาคุณภาพพอร์ตลูกค้าหนี้ที่ดี เน้นรักษาฐานสมาชิกปัจจุบันและส่งเสริมการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยตั้งเป้ายอดใช้จ่ายในปีนี้ เติบโต 8% หรือ 210,000 ล้านบาท ส่วนกลยุทธ์ขยายฐานสมาชิก จะให้ความสำคัญการคัดกรองผู้สมัครเพื่อให้ได้กลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น  

ด้านสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ “เคทีซี พี่เบิ้ม” เรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์ศรี ผู้อำนวยการธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ KTC พี่เบิ้ม กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้บริษัทจะเน้นในเรื่องดิลิเวอรี่ ซึ่งเป็นการทำการตลาดผ่านระบบออนไลน์ และยังเน้นช่องทางการทำการตลาดผ่านเอาท์ซอส รวมถึงการมีพันธมิตร เช่น ลาล่ามูฟ หรือธนาคารกรุงไทยโดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะปล่อยสินเชื่อผ่านระบบ delivery ให้มีสัดส่วนอยู่ที่ 80% จากปัจจุบันอยู่ที่ 60% 

ขณะที่การขยายสาขาไปกับธนาคารกรุงไทยปัจจุบันประมาณ 290 สาขา และคาดว่าในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.นี้ จะเพิ่มขึ้นอีก 300 สาขา ซึ่งเน้นไปที่ภาคเหนือตอนบน ภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออก

ส่วนเรื่องการแข่งขันคิดอัตราดอกเบี้ยธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของบริษัทอยู่ที่ระดับ 21% ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งบางรายในตลาดแต่ก็ไม่เป็นห่วง เพราะจากผลสำรวจของบริษัทพบว่าเชื่อส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับเรื่องวงเงินและระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติมากกว่าอัตราดอกเบี้ย ซึ่งบริษัทมีจุดเด่นในเรื่องการพิจารณาอนุมัติที่ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 2 ชั่วโมง และวงเงินที่ให้สูงสุดอยู่ที่ 700,000 บาทต่อคัน