วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟื้นการท่องเที่ยว ฟื้นเครื่องยนต์หลักประเทศ

"การท่องเที่ยว" เครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างหนักหน่วง และขณะนี้เป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเร่งออกมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะวัคซีนพาสปอร์ต ที่คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่า 8 ล้านคน

หนึ่งในมาตรการเยียวยาผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 คือ มาตรการที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูภาคท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หลักของประเทศ วิกฤติที่ผ่านมาส่งผลให้การท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัส และเมื่อวิกฤติเริ่มคลี่คลาย ภาคท่องเที่ยวจึงเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ถูกหมายมั่นว่าจะกลับมาเป็นเครื่องยนต์ฟื้นเศรษฐกิจได้ในเร็ววัน ข้อเสนอของหอการค้าไทย-จีน ที่จะทำหนังสือถึงศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน คือ การให้รัฐเร่งรีบดำเนินมาตรการออก “วัคซีนพาสปอร์ต” ให้เร็วที่สุดภายในเดือน มี.ค.2564 หลังที่ประเทศไทยเริ่มทยอยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว

นักท่องเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์ได้วัคซีนพาสปอร์ตจะไม่ต้องกักตัว ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยปีนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 8 ล้านคน และคาดว่าในจำนวน 8 ล้านคน จะเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยมากกว่า 2 ล้านคน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ภาคเอกชนท่องเที่ยว ต้องการให้เกิดโดยเร็ว ยิ่งช้าไทยจะยิ่งสูญเสียตลาดนักท่องเที่ยวให้กับประเทศอื่นที่มีความพร้อมมากกว่า ซึ่งขณะนี้คนจีนมีความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศไทย เพราะเห็นว่าปลอดภัย 

หากมีวัคซีนพาสปอร์ต ออกมาภายในเดือน มี.ค. คาดว่านักท่องเที่ยวจะเริ่มเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยได้อย่างช้าสุดภายในเดือน เม.ย.เป็นต้นไป ส่วนการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนเกิดโควิด-19 หอการค้าไทย-จีน เชื่อว่า อาจต้องใช้ระยะเวลาอีก 2 ปี หรือประมาณปลายปี 2565 หรือต้นปี 2566 ผลสำรวจของหอการค้าไทย-จีน ยังพบด้วยว่า การฉีดวัคซีนจะมีส่วนช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย และเห็นด้วยว่าหากต่างชาติได้รับการฉีดวัคซีนแล้วสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกักตัว จะช่วยหนุนภาคท่องเที่ยวของไทยที่รับผลกระทบหนัก และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

อีกหนึ่งมาตรการที่รัฐพยายามจะฟื้นภาคการท่องเที่ยวจากคนประเทศเอง คือ มาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.เตรียมหารือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และธนาคารกรุงไทยวันที่ 15 มี.ค.นี้ เพื่อพยายามผลักดันให้มาตรการนี้ได้ไปต่อ หลัง ครม.ตีกลับมาให้ทบทวนรูปแบบ โดยเฉพาะประเด็นการป้องกันการ “ทุจริต” ซึ่งถูกตรวจพบในครั้งที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นในภาวะที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤติ ทุกภาคส่วนกำลังช่วยกันฟื้นฟูเยียวยา แต่กลับมีคนบางกลุ่มคิดแต่จะ “ทุจริต” การหารือในวงนี้คงเน้นไปที่ “ระบบรองรับ” ถ้าออกแบบให้ป้องกันการทุจริตได้ โครงการนี้ก็อาจได้ไปต่อ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และหากวัคซีนพาสปอร์ตเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาเดียวกัน นั่นหมายถึงเครื่องยนต์หลักเราจะกลับมากระหึ่ม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เดินหน้าต่อได้ทันที