วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาเศรษฐกิจโลก หลัง 1.9 ล้านล้านดอลล์

หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นไปตามแผนผ่านมติอนุมัติร่างกฎหมาย และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามบังคับใช้ จะผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้น และส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกให้กลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19

วันนี้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะพิจารณาร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อลงมติอนุมัติร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ก่อนส่งต่อให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนวันที่ 14 มี.ค.64 ซึ่งนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่าจะรีบปล่อยเงินออกไปช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อนประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งจำนวน โดยรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นจะได้รับเงินช่วยเหลือตามที่กระทรวงการคลังจัดสรร 3.5 แสนล้านดอลลาร์ เป็นการนำร่อง

หากเป็นไปตามแผน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ไม่เพียงช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีทรัพยากรในการทำให้เกิดการจ้างงาน ผลักดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น ยังส่งผลดีต่อการค้าขายของประเทศอื่นๆ และส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกให้กลับสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความคืบหน้าการจุดพลุโครงการอัดฉีดเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะนี้ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นคึกคักติดต่อกันมาหลายวัน จากนี้ไปต้องติดตามผลของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าจะได้ผลหรือมีผลข้างเคียงอื่นใด

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 มี.ค.2563 หรือ 1 ปีที่แล้ว องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประกาศให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นการระบาดใหญ่ หรือ แพนเดมิค ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้น (12 มี.ค.) ตลาดหุ้นดิ่งหนัก ตลาดนิวยอร์กร่วงลง 10% ส่วนลอนดอน 11% เท่ากับวันที่เลวร้ายที่สุดของวิกฤติตลาดหุ้นปี2530 นักลงทุนเทขายหุ้นเพราะเชื่อว่าการระบาดของโควิดส่งผลให้เศรษฐกิจโลกถดถอยหนัก ต่อมาสภาพที่เกิดขึ้นทั่วโลกตอนนั้นคือการปิดโรงงาน ปิดพรมแดน ปิดร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องบินต้องจอดนิ่ง เพื่อระงับการแพร่ระบาด

สำนักข่าวเอเอฟพีเผยแพร่รายงานด้านเศรษฐกิจหลังแพนเดมิคครบ 1 ปี พบว่าเศรษฐกิจบางประเทศเริ่มตั้งตัวได้ บางประเทศออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากเป็นประวัติการณ์ หากรวมทั่วโลกมาตรการที่รัฐบาลออกมารับมือกับโควิด-19 ตกประมาณ 24 ล้านล้านดอลลาร์ ถึงวันนี้หรือหนึ่งปีผ่านไป ความหวังว่าการฉีดวัคซีนที่มากขึ้นจะทำให้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ โลกกำลังเข้าสู่โหมดที่มนุษยชาติเชื่อว่าฝันร้ายกำลังจะผ่านไป ทว่าภายใต้ความหวังทั้งหมดคือความเสี่ยงของหนี้ที่พอกพูนขึ้นจากมาตรการอัดฉีดโดยรัฐบาล ที่จะต้องครบกำหนดชำระในวันข้างหน้า

มุมมองของนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ ยังมีประเด็นที่แสดงถึงความกังวลว่าความเชื่อว่าการมาของวัคซีนหมายถึงเศรษฐกิจจะรอดพ้นวิกฤติ เป็นเรื่องท้าทาย วันนี้ตลาดหุ้นไปไกลเกินจริง อาจเผชิญการพลิกผันอย่างรุนแรง เศรษฐกิจที่ได้รับการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาล มิอาจการันตีถึงความสำเร็จในการผลักดันให้เศรษฐกิจรอดพ้นวิกฤติ หากประชาคมโลกมีแนวคิดว่าวิกฤติสุขภาพจบหมายถึงวิกฤติเศรษฐกิจจบ เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง อย่าลืมว่า การระบาดของโควิดเป็นเหตุการณ์พิเศษ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบกว่า 100 ปี