วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้น Old economy ฟื้น ขณะที่ต้องระวังแรงทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมาเยอะจากช่วงโควิด

กลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นแพงยังมีความเสี่ยงปรับฐาน

ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index (SOX) เมื่อคืนปรับลดลงถึง 5.41% เนื่องมาจาก 1) การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร ที่ทำให้อัตราคิดลด (discounted rate) สูงขึ้น กดดันต่อ Valuation ของหุ้นที่มูลค่าอิงการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะพวกกลุ่มเทคโนโลยี 2) ความกังวลการเกิดภาวะขาดแคลน ชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดัคเตอร์ อาจกระทบต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการหุ้นในกลุ่ม 3) ภาวะภัยแล้งในรอบ 56 ปี ที่ไต้หวัน อาจกระทบต่อการผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ของ TSMC ที่เป็นบริษัทที่รับจ้างผลิตชิปให้กับผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำทั่วโลก ดังนั้นเราประเมินกลุ่มเทคโนโลยียังมีความเสี่ยงและแรงกดดันจากการปรับฐาน ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์บ้านเราที่เกาะกระแสการปรับขึ้นของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี มีความเสี่ยงที่อาจได้รับแรงกดดันดังกล่าวเช่นกัน รวมถึงหุ้นในกลุ่มขายสินค้าเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จากการ WFH ในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง COM7, SPVI มีโอกาสปรับลดลงจากความกังวลผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน

Old economy ช่วงสั้นเด่นเหนือ Technology ขณะที่มองหุ้นปันผลและกองรีทส์มีโอกาสใกล้ฟื้นตัว แม้การพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรจะเป็นลบกับราคาพันธบัตร และหลักทรัพย์ที่มีลักษณะคล้ายตราสารหนี้ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับที่ต่ำมากและการพุ่งขึ้นดังกล่าวไม่น่าเกินกว่าระดับ 2% ในเร็วๆนี้ จะทำให้หุ้นที่มีปันผลสูง มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น และผลตอบแทนจากเงินปันผลจะช่วยหักล้างผลกระทบจาก ความน่าสนใจของการลงทุนในหุ้นเทียบพันธบัตร (Earnings yield gap) ที่ต่ำลง

ตลาดเลือกเก็งกำไรรายตัว โดยธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) กลุ่มท่องเที่ยว-ธนาคาร จากการผ่อนคลายเศรษฐกิจ และมาตรการออก REIT buy back เราชอบธนาคารที่ยัง Laggard อย่าง BBL, SCB, AWC, MINT, CPN, BDMS 2) กลุ่มเปิดเศรษฐกิจ บวกต่อ CPN, CRC, MAJOR, SPA, BDMS, M 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) ไฟฟ้าชุมชน ยื่นซอง 22 มี.ค.-2 เม.ย. เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE 5) Re-rating PTG 6) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, EASTW, TTW, TIP 7) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, TOP

ภาพรวมกลยุทธ์ แม้อาจมีความผันผวนบ้างในระยะสั้น แต่ตามภาพระยะกลางยังคงมุมมองเชิงบวก คาดหุ้นปันผลสูง และที่มีการถือครองต่ำมีโอกาสเป็นแหล่งพักเงิน และเคลื่อนไหวดีกว่าตลาดในระยะสั้น// หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร JKN*, AMA*, PTT*, ACE*

แนวรับ 1,530 / แนวต้าน : 1,565 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

ประเด็นการลงทุน

ส่งออกจีน 2 แรก โตทะลุ 60%. ยอดส่งออกจีน 2 เดือนแรก โตทะลุ 60% สูงสุดในรอบ 20 ปี สะท้อนความต้องการสินค้าทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น และผลมาจากฐานที่ต่ำในปี 2563

ลดกักวัคซีนพาสปอร์ต เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินสิ้นเดือน พ.ค. นายกฯสั่งเตรียมเปิดประเทศผ่อนคลายต่างชาติเข้าไทย อนุทินรับ “วัคซีนพาสปอร์ต” ลดกักตัวเหลือ 7 วัน พร้อมเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สิ้นเดือน พ.ค.นี้ วันนี้เสนอขยายโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เข้า ครม.

สบน.ยันหนี้สาธารณะไทยยังไม่ชนเพดาน. สบน.ยืนยันว่าหนี้สาธารณะของไทยยังไม่ชนเพดาน โดยปัจจุบันอยู่ที่ 8.1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 51.9% ต่อจีดีพี ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบของรัฐที่ 60%

DOD-JKN. จีบมือร่วมพัฒนาสูตรผลิตกัญชง เล็งเปิดตัว 10 โปรดักต์ ภายในปี 2564 ขายปลีกให้ประชาชนทั่วไปเป็นเจ้าแรก ขณะที่ DOD เผยว่าบริษัทได้ลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จ ขณะ JKN เช่าเวลา News 18 นาน 2 เดือน

STGT – ราคาหุ้นนับจากมีข่าววัคซีนในช่วง ก.ย.63 จนถึงปัจจุบันยังคง +19% ซึ่งถือว่าดีกว่าหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันในมาเลเซียที่ปัจจุบันปรับตัวลดลง -19% ถึง -38% อยู่มาก สถานการณ์ระบาดของโควิดที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว มีแนวโน้มทำให้ถุงมือยางเกินความต้องการในอนาคต นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวัง

DELTA – ไม่ถูกประกาศให้ต่ออายุมาตรการควบคุม cash balance

ประเด็นติดตาม: - 10 มี.ค. : US CPI / Core CPI เดือน ก.พ., 11 มี.ค. : OPEC Monthly Report, US Initial Jobless Claims, ECB Meeting24 มี.ค. : ประชุม กนง.

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)