วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังชี้ 'หนี้สาธารณะ' 56% ยังไม่เกินเพดาน

ระดับหนี้สาธารณะของไทยในปีงบประมาณนี้  จะอยู่ในกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ไม่เกิน 60%ต่อจีดีพี


ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. แพตริเซีย มงคลวณิช ระบุ ระดับหนี้สาธารณะของไทยในปีงบประมาณนี้  จะอยู่ในกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ไม่เกิน 60%ต่อจีดีพี โดยจะอยู่ที่ประมาณ 56% ซึ่งระดับหนี้สาธารณะได้ทยอยปรับสูงขึ้นจากระดับประมาณ 40%ต่อจีดีพี หลังจากรัฐบาลได้กู้เงินฉุกเฉินวงเงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นความจำเป็นในการลดผลกระทบจากโควิด-19 เพราะวงเงินงบประมาณปี 2564 ไม่เพียงพอ
 
การที่ระดับหนี้สาธารณะทยอยปรับสูงขึ้น ถือเป็นทิศทางเดียวกับประเทศอื่นๆทั่วโลก ซึ่งทุกประเทศได้ก่อหนี้เพื่อนำมาใช้จ่ายในสถานการณ์เดียวกัน ทำให้ระดับหนี้สาธารณะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเทศในกลุ่มเอเชีย ระดับหนี้สาธารณะเฉลี่ยอยู่ในระดับสูงเกินกว่า 60% หรือปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 67% ขณะที่ไทยยังอยู่ในกรอบที่ไม่เกิน 60% ต่อจีดีพี ซึ่งยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง
 
ผู้อำนวยการ สบน. ระบุว่า มาตรการการคลังยังถือเป็นพระเอกในการดูแลเศรษฐกิจในขณะนี้ เมื่อเติมเงินไปในระบบ เศรษฐกิจเริ่มขยายตัว หนี้สาธารณะจะทยอยลดลง ขณะที่ ความสามารถในการชำระหนี้เรายังเดินต่อไปได้ เพราะไทยไม่ได้เป็นประเทศที่ปั๊มเงินเอง
 
ในภาวะปกติระดับหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับใกล้ 60% ต่อจีดีพี อาจถือเป็นความเสี่ยงและเป็นระดับที่เป็นการเตือนภัย แต่ในภาวะที่ประเทศเกิดวิกฤต ถือเป็นความจำเป็นที่รัฐบาลต้องกู้เงินมาดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งแต่ละโครงการจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองดูแลอย่างรอบคอบ ขณะที่ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ยังมีเครดิตที่ดี
 
ปัจจุบัน ระดับหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ประมาณ 8.1 ล้านล้านบาท หรือ 51.9% ต่อจีดีพี ในจำนวนหนี้เป็นหนี้ภาครัฐโดยตรงประมาณ 6 ล้านล้านบาท และเป็นการก่อหนี้ที่ใช้เพื่อการลงทุนของประเทศประมาณ 73%