บาทอ่อนค่าตามทิศทางดอลลาร์ ตลาดปิดรับความเสี่ยงและเงินบาทอ่อนค่าได้ถ้ายีลด์ขยับขึ้นเร็วเกินไป
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ไทยพาณิชย์(SCBS) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 30.53 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 30.40-30.60 บาทต่อดอลลาร์
ด้านเงินบาทช่วงนี้ปรับตัวอ่อนค่าไปตามทิศทางของดอลลาร์และโดยรวมยังไม่เห็นนักลงทุนต่างชาติกลับมาลงทุนในไทยอย่างมีนัยยะสำคัญ สัปดาห์นี้จึงต้องจับตาผลกระทบจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐ ถ้าสามารถทำให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) ก็มีโอกาสที่เงินบาทจะชะลอการอ่อนค่า และเริ่มสร้างฐานใหม่ในระดับปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ความเร่งของการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ ซึ่งสามารถกดดันให้ตลาดปิดรับความเสี่ยงและเงินบาทอ่อนค่าได้ถ้ายีลด์ขยับขึ้นเร็วเกินไป
กรอบเงินบาทรายสัปดาห์ 30.25-30.75 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับในสัปดาห์นี้ ต้องติดตามภาพรวมตลาดจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9ล้านล้านดอลลาร์ในสหรัฐ และมุมมองของธนาคารกลางต่อทิศทางเงินเฟ้อ
โดยในฝั่งสหรัฐจะได้รับแรงหนุนต่อจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ American Rescue Plan มูลค่ากว่า 1.9ล้านล้านดอลลาร์ที่จะมีการผ่านสภาในสัปดาห์นี้ งบประมาณดังกล่าว มีขนาดใหญ่เป็นรองเพียงงบช่วยเหลือเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติปี 2020 และมากกว่างบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2009 ถึงเกือบสามเท่า
ขณะที่ฝั่งเศรษฐกิจ วันพุธจะมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อในสหรัฐ (U.S. CPI) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.36% ไม่ควรสร้างความกังวลให้กับเฟดขณะที่ผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานใหม่ (Initial Jobless Claims) คาดว่าจะลดลงมาที่ระดับ 7.10 แสนตำแหน่งตามตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งในสัปดาห์ก่อน
ส่วนในฝั่งยุโรปจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ECB) ในวันพฤหัส คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Deposit Facility) -0.5% ตามที่ตลาดคาดไว้
ส่วนในตลาดเงิน ต้องติดตามผลกระทบบนบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปี มีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความกังวลเรื่องงบประมาณขาดดุลที่มหาศาลของรัฐบาลสหรัฐ สองประเด็นนี้มีโอกาสหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยเชื่อว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐจะขยับขึ้นไปจนกว่าจะเจอฐานใหม่ส่วนเงินยูโร (EUR) มองว่าจะมีแรงกดดันจาก ECB จึงแข็งค่าได้ยาก ขณะที่เยนญี่ปุ่น (JPY) เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจึงมีโอกาสเจอกับแรงขายเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นด้วย
กรอบดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) สัปดาห์นี้ 91.5-92.5จุด ระดับปัจจุบัน 91.9จุด
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าสำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท ในระยะสั้น ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่ยังคงผันผวนในกรอบกว้าง ตามทิศทางของเงินดอลลาร์ โดยค่าเงิน EM และเงินบาท อาจอ่อนค่าลงได้ จากแรงเทขายสินทรัพย์ในฝั่ง EM (ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลออก) ในกรณีที่ยีลด์ 10ปีสหรัฐฯ ยังพุ่งขึ้นต่อได้
นอกจากนี้ ฝั่งผู้นำเข้าและบริษัทต่างชาติ ยังคงทยอยเข้ามาซื้อเงินดอลลาร์ กดดันให้เงินบาทอาจจะไม่แข็งค่าขึ้นได้มากในระยะนี้ ขณะที่ฝั่งผู้ส่งออกก็ต่างรอขายเงินดอลลาร์ หาก เงินบาทอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 30.50 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในกรอบกว้างถึง 30.20-30.70 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ดี หากเงินบาทอ่อนค่าหลุดระดับ 30.50 บาทต่อดอลลาร์ ก็มีโอกาสที่ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าลงไปได้ถึง โซน 30.70-30.80 บาทต่อดอลลาร์ได้ ซึ่งเรามองว่า ผู้ส่งออกควรทยอยปิดความเสี่ยงค่าเงิน ในช่วงที่เงินบาทกลับมาอ่อนค่า เนื่องจากในระยะยาว เราคงมองว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มกลับไปแข็งค่าได้อยู่
มองกรอบเงินบาท สัปดาห์นี้ที่ระดับ 30.20-30.70 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.40-30.55 บาทต่อดอลลาร์









