ตลาดหุ้นวานนี้ปิดปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังจาก Bond Yield ปรับตัวลง
ประกอบกับได้ผลบวกจากการอนุมัติวัคซีน J&J และความคืบหน้าของ Stimulus Package ในสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,503.36 จุด +2.44 จุด +0.16% มูลค่าการซื้อขาย 88,905.25 ลบ. ต่างชาติ -528.4 ลบ. TFEX +3,758 สัญญา ตราสารหนี้ -3,491 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ทีมนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์คาดว่า ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียยังคงมีโอกาสเติบโต เนื่องจากเศรษฐกิจเอเชียมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
+ สหรัฐเริ่มดำเนินการแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ไปตามรัฐต่างๆแล้ววานนี้
+นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุม ครม. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาแนวทางการเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว 3 แห่ง ได้แก่ ด่านปากแซง จ.อุบลราชธานี , ด่านเชียงคาน จ.เลย และ ด่านไหโศก จ.หนองคาย โดยเร็ว เพื่อเพิ่มการส่งออกสินค้ามากขึ้น
+บสย.ได้จัดสรรวงเงินค้ำประกันเพื่อดำเนินโครงการ บสย.เอสเอ็มอีไทยสู้ภัยโควิด 2 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 143.99 จุด หรือ -0.46% เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นแอปเปิลและหุ้นเทสลาที่ถูกเทขายอย่างหนัก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาวะฟองสบู่ในตลาดการเงินทั่วโลก
-ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 89 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 59.75 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากกระแสคาดการณ์ที่ว่ากลุ่มโอเปค และโอเปคพลัส อาจจะประกาศเพิ่มกำลังการผลิตในสัปดาห์นี้
-นายเกา ชู่ฉิง ประธานคณะกรรมการฝ่ายกำกับดูแลด้านการธนาคารและการประกันของจีน (CBIRC) เปิดเผยว่า เขามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาวะฟองสบู่ในตลาดการเงินทั่วโลก และตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน
- WHO เตือนวิกฤตโควิด-19 จะยังไม่จบในปีนี้ เห็นได้จากจำนวนผู้ติดเชื้อสัปดาห์ที่แล้วซึ่งกลับเพิ่มขึ้นอีกหลังลดลงต่อเนื่องถึง 6 สัปดาห์
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้แกว่งตัวออกข้างในลักษณะ Sideway โดยมีแรงกดดันจากการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาวะฟองสบู่ในตลาดการเงินทั่วโลก ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวหลุด 60 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดกรอบดัชนีในวันนี้ 1,490-1,510 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• ดัชนีค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง TTA PSL RCL
• วัคซีนโควิด-19ลอตแรกเข้าไทย AWC MINT CENTEL CPN CRC SPA AOT
หุ้นรายงานพิเศษ
ASIAN Bloomberg Consensus 16.20 บาท
บริษัทรายงานรายได้และกำไรปี 63 เท่ากับ 8,645 ลบ. +5.5%YoY และ 818 ลบ. +516.5%YoY ตามลำดับ สนับสนุนจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงโตโดดเด่นและได้อานิสงส์จากสถานการณ์ Covid-19 ประกอบกับธุรกิจดังกล่าวมีอัตรามาร์จิ้นสูง ส่งผลให้ %GPM ทั้งปี 63 ปรับดีขึ้นสู่ 16% จากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 8%
มุมมอง Neutral ต่อแนวโน้มปี 64 คาดรายได้เติบโตต่อเนื่องราว 8-10% จากคำสั่งซื้อสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ บริษทเตรียมเพิ่มกำลังผลิตธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และสินค้า Value-added Products ใช้งบลงทุนราว 300 ลบ. คาดเริ่มดำเนินการได้ช่วง 2H64 อย่างไรก็ดี %GPM อาจอ่อนตัวลงสู่ 14-15% จากผลกระทบของค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากปีก่อน ซึ่งอาจกดดันให้กำไรสุทธิเติบโตน้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น
หุ้นมีข่าว
(+) NRF (Bloomberg Consensus 8.50 บาท)จัดงบ 130-150 ล้านบาท ลุยสร้างโรงสกัดน้ำมันกัญชง หวัง GTH หนุนเพิ่มมูลค่าธุรกิจ ส่วนปีนี้ทุกธุรกิจเติบโตดี คาดยอดขาย 3,000 ล้านบาท มาเร็วกว่าเป้าที่คาดไว้ในปี 2567 ดีลลงทุนบริษัทบน Amazon.com ผลักดันยอดขายผ่านอีคอมเมิร์ซมีแนวโน้มเติบโตแรง คาด 3 ปีใช้เงินลงทุน 3,000 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)
(+) WHA (Bloomberg Consensus 3.81 บาท) มองวัคซีนพาสปอร์ต ดึงลงทุนต่างชาติเข้าไทย แย้มอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้าต่างชาติกว่า 30 ราย คิดเป็นยอดขายที่ดินมากกว่า 2,000 ไร่ คาดสรุปได้ปีนี้ไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่ ตามเป้า ประเมินภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2564 ทรงตัวเมื่อเทียบปีก่อน ชี้จับตาไตรมาส 3-4/2564 ผลงานร้อนแรง ฟากโบรกประมาณการกำไรปกติปี 2564 โตดี จากธุรกิจไฟฟ้า-ค่าใช้จ่ายลด (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SNP (Bloomberg Consensus - บาท) มั่นใจไตรมาส 1/64 พลิกกลับมามีกำไร ชูมาตรการลดต้นทุน-ออกสินค้าตามเทศกาล-ขยายจุดขายใหม่ ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 6 พันล้านบาท คาดรายได้-กาไรทั้งปีดีกว่าปี 63 แน่นอน (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) ORI (Bloomberg Consensus 8.15 บาท) ตั้งปี 64 กวาดรายได้รวม 14,000 ล้านบาท โต 26% ตุนแบ็กล็อก 35,834 ล้านบาท บุ๊กปีนี้ 14,410 ล้านบาท เดินหน้าเปิด 20 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท พร้อมวางเป้ายอดขายปี 64 กว่า 29,000 ล้านบาท แย้มผลงานไตรมาส 1/64 เด่น! โชว์ 2 เดือนโกยยอดขายแล้ว 4,000 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
5 มี.ค. ก.พาณิชย์แถลงสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการ
24 มี.ค. ประชุมกนง.ครั้งที่ 2/2564
ต่างประเทศ
3 มี.ค. จีนเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการ
อียูเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้าย
สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.พ. ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้าย ดัชนีภาคบริการ และสต็อกน้ำมัน
4 มี.ค. อียูเปิดเผยยอดค้าปลีก อัตราว่างงานเดือนม.ค.
สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน








