วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ส.อ.ท.'หนุนเสรีนำเข้าวัคซีน ให้โรงงานฉีดพนักงานลดเสี่ยง 'โควิด'

ส.อ.ท. แนะรัฐเปิดทางให้เอกชนนำเข้าวัคซีนโควิดได้เสรี เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปฉีดให้กับพนักงานในโรงงาน สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าต่างชาติ และป้องกันระบบการผลิตได้รับผลกระทบหากพนักงานติดโควิด พร้อมเร่งออกมาตรฐาน มอก. สินค้าตู้เก็บวัคซีน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมยังคงมีความเป็นห่วงในเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในรอบ 2 สูงมาก จึงอยากให้ภาครัฐเร่งรัดการจัดซื้อและการแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ของไทย ให้ได้ตามกำหนดเวลาและมีปริมาณเพียงพอเพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติ

เพื่อให้การฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็วอยากให้รัฐบาลเปิดให้ภาคเอกชนนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้อย่างเสรี เนื่องจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบางรายต้องการนำเข้าวัคซีนเพื่อฉีดให้กับพนักงานในโรงงานเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในต่างประเทศ รวมทั้งโรงงานบางส่วนก็กังวลว่าพนักงานในโรงงานติดโควิด-19 จนกระทบต่อการผลิต ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าค่าวัคซีนที่เสียไป

โดย จะต้องกำหนดให้นำเข้าเฉพาะวัคซีนที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้การรับรอง เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในความปลอดภัย และ อย. ก็ควรจะเร่งออกใบรับรองให้กับวัคซีนทุกชนิดที่ได้นำมาใช้ในประเทศต่าง ๆ เพื่อให้เอกชนมีทางเลือกในการจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับพนักงาน

“รัฐบาลควรออกมาตรการให้ผู้ประกอบการนำค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนโควิด-19 มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เพื่อช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการ แต่หากรัฐไม่ออกมาตรการนี้ ภาคเอกชนบางส่วนที่มีกำลังพอก็พร้อมที่จะออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการผลิต ซึ่งรัฐควรจะเปิดให้นำเข้าวัคซีนได้อย่างเสรี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเอกชน”

นอกจากนี้ จะเสนอให้รัฐบาลแก้ไขกฎระเบียบการนำกรอบวงเงินกู้ซอฟต์โลนเพียง 5 ใสนล้านบาท ที่ปล่อยออกไปได้เพียง 1.22 แสนล้านบาท เนื่องจากมีกฎระเบียบชองธนามคารที่เข้มงวด โดยอยากให้รัฐพิจารณาปล่อยเงินกู้ให้กับธุรกิจที่มีประวัติทางการเงินและการดำเนินธุรกิจที่ดีในช่วงก่อนโควิด-19 แต่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รุนแรง เป็นกรณีพิเศษ เพราะธุรกิจเหล่านี้มีประวัติทางการเงินที่ดี แต่ผลจากโควิด-19 จึงทำให้ธุรกิจได้รับความเสียหาย รวมทั้งรัฐอาจจะเปิดช่องให้ธนาคารคิดอัตราเอกเบี้ยเงินกู้ให้สูงกว่าที่กำหนดไว้ที่ 2% ได้บ้าง เพื่อให้ธนาคารได้รับผลประโยชน์เพิ่ม เป็นแรงจูงใจให้ธนาคารกล้าปล่อนเงินกู้มากขึ้น เป็นต้น เพราะแม้ว่าจะมีภาระดอกเบียเพิ่มขึ้นบ้าง แต่หากมีเงินเช้ามาหมุนเวียนธุรกิจ มีเงินจ่ายค่าจ้างรักษษการจ้างงานไว้ ก็ดีกว่าจะต้องปิดกิจการ หรือให้ลูกจ้างออกจากงาน

161364634840

ด้าน นางสุภาณี จันทศาศวัต ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในขณะนี้ผู้ประอบการภาคอุตสาหกรรมได้เข้ามาสนับสนุนรัฐฐาลแก้ไขปัญหาโควิด-19 อย่างเต็มที่ โดยล่าสุดทางกลุ่มฯ ได้ผลิตตู้เก็บวัคซีนบริจากให้กับภาครัฐ 77 เครื่อง เพื่อนำไปให้กับโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัด 77 จังหวัดทั่วประเทศ เก็บวัคซีนให้ได้คุณภาพในการนำไปฉีดให้กับประชาชน โดยการออกแบบตู้เก็บวัคซีนเป็นไปตามมาตรฐานที่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งมีอุณหภูมิ และความชื้นเหมาะสมกับวัคซีน 2 ชนิด ที่รัฐฐาลนำมาฉีดให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ทางกลุ่มฯ ยังเห็นโอกาสที่จะขยายผลิตภัณฑ์ตู้เก็บวัคซีนออกไปจำหน่ายในต่างประเทศได้อีกมาก เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของตู้เย็นและเครื่องทำความเย็นของโลก มีมาตรฐานการผลิตสูง เป็นที่เชื่อมั่นของต่างชาติมานาน โดยมองว่าตลาดอาเซียน และเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ และศรีลังกา จะมีความต้องการตู้เก็ยวัคซีนสูงมาก และกำลังการผลิตในประเทศเหล่านี้มีไม่เพียงพอ และสินค้าเครื่องทำความเย็นของไทยก็ได้รับความเชื่อถือในตลาดเหล่านี้ว่ามีคุณภาพสูง แต่ราคาต่ำกว่าสินค้าจากยุโรป จึงเป็นโอกาสที่สำคัญของไทยในการเร่งผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มนี้

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ตู้เก็บวัคซีนในไทยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน ทำให้ใช้มาตรฐานตู้เย็น และเครื่องทำความเย็นตามที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดไว้ก่อน แต่เนื่องจากตู้เก็บวัคซีนเป็นสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานสูง เพื่อเก็บรักษาคุณภาพวัคซีนให้มีความปลอดภัย ดังนั้นจึงอยากให้ สมอ. เร่งกำหนดมาตรฐานสินค้าตู้เก็บวัคซีนออกมาโดยเร็ง เพื่อให้ทุกโรงงานทำสินค้าให้ได้มาตรฐานเดียวกัน และเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ซึ่งมองว่าทำได้ไม่ยาก เพราะไทยมีมาตรฐานทั่วไป และมาตรฐานบังคับของตู้เย็นและเครื่องทำความเย็นแล้ว เพียงแต่นำมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) มาเพิ่มเติมในบางส่วน ภาคเอกชนก็สามารถทำตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ได้ทันที ซึ่งหากมาตรฐานนี้ออกมาได้เร็ว ก็จะทำให้ภาคเอกชนผลิตตู้เก็บวัคซีนเข้ามารองรับความต้องการของตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว โดยมั่นใจว่าไทยสามารถแข่งขันในตลาดนี้ได้ เพราะมีต้นทุนผลิตประมาณ 4.5 หมื่นบาท แต่ถ้านำเข้าจากต่างประเทศจะมีราคากว่า 1 แสนบาทต่อเครื่อง

“ในอาเซียน และกลุ่มประเทศเอเชียใต้ มีประชากรรวมกันมากกว่า 2 พันล้านคน ดังนั้นจึงมีความต้องการวัคซีนโควิด-19 เป็นจำนวนมหาศาล ทำให้ต้องการตู้เก็บวัคซีนเพื่อรักษาคุณภาพสูงขึ้นตามไปด้วยจึงเป็นโอกาสที่สำคัญของไทยในการส่งออกตู้เก็บวัคซีนนี้ ซึ่งหากคิดมูลค่าการตลาดของตู้เก็บวัคซีนในไทยเพียงประเทศเดียวที่มีประชากรเกือบ 70 ล้านคน ก็มีมูลค่า 400-500 ล้านบาท แล้ว ดังนั้นภาครัฐควรเข้ามาร่วมกับภาคเอกชนส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ เพื่อให้ไทยได้รับประโยชน์มากที่สุด”