ขยายธุรกิจใหม่ด้วยโมเดลธุรกิจแบบดั้งเดิม
Event
ประชุมนักวิเคราะห์, ปรับลดประมาณการกำไร และราคาเป้าหมาย, ปรับลดคำแนะนำ
lmpact
ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงยังไม่พอที่จะชดเชย yield ที่ลดลงได้
บริษัทหั่นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อลงเหลือแค่ 18% (สินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์เดิมอยู่ที่ 21.25% และสินเชื่อรถยนต์เดิมอยู่ที่ 19%) ซึ่งส่งผลกระทบกับ yield สินเชื่อประมาณ 1.4% ในปี 2564 แต่ก็ถูกชดเชยไปได้บางส่วนด้วยต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการทำรีไฟแนนซ์ หุ้นกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง โดยรวมแล้ว
เรายังคงใช้สมมติฐานว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงประมาณ 40bps ในปี 2564 ทั้งนี้ โครงสร้างสินเชื่อของ MTC แบ่งเป็นสินเชื่อรถยนต์ 33%,รถมอเตอร์ไซค์ 34%, นาโนไฟแนนซ์ และอื่นๆ 18%, สินเชื่อที่มีที่ดินเป็นหลักประกัน 7%, รถบรรทุก 8%
ขยายธุรกิจใหม่ผ่านเครือข่ายสาขา
MTC ยังคงใช้นโยบายขยายโครงข่ายสาขาเพื่อขยายสินเชื่อ โดยมุ่งเป้าจะเปิดสาขาเพิ่มถึงปีละ +600 สาขาเพื่อให้ถึงเป้า 6,700 สาขาภายในอีกสามปีข้างหน้า (จาก 4,884 สาขาเมื่อสิ้นปี 2563) และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะขยายสินเชื่อโดยใช้รูปแบบดิจิทัล โดย MTC เชื่อว่ากลยุทธ์นี้เหมาะกับโครงสร้างลูกค้าในปัจจุบันของบริษัทซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกษตรกร และลูกจ้างรายวัน ทั้งนี้ กลยุทธ์ของบริษัทสวนทางกับ non-bank อื่น ๆ และธนาคารซึ่งต่างก็ตั้งเป้าจะขยายสินเชื่อผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ และ ดิจิทัลซึ่งมีต้นทุนต่ำลง และจะทำให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงตามความเสี่ยงลูกค้า
ขยายธุรกิจลีสซิ่งรถมอเตอร์ไซค์ แต่ธุรกิจ่ใหม่ยังโตไม่มากพอ
เพื่อใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสาขาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ MTC จึงตั้งเป้าจะปล่อยกู้สินเชื่อกลุ่มใหม่ผ่านธุรกิจลีสซิ่งรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่การแข่งขันไม่ค่อยรุนแรงนัก และ yield ก็ยังสูงอยู่ โดยบริษัทตั้งเป้าจะปล่อยกู้ 1,000 คัน/เดือน หรือปีละ 12,000 คัน ทั้งนี้ จากการทดลองโครงการนำร่องนาน 18 เดือน โดยมีการปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 3,000 คันและมียอด A/R คงค้าง 300 ล้านบาทในปี 2563 บริษัทมั่นใจว่าธุรกิจนี้จะช่วยหนุนให้สินเชื่อโตในปี 2564 ซึ่งจากยอดกู้/คันที่ 50,000 บาท เราคาดว่าธุรกิจนี้จะทำให้บริษัทขยายสินเชื่อเพิ่มได้อีกประมาณ 500-600 ล้านบาท หรือประมาณ 1% ของสินเชื่อรวม ซึ่งเรา
มองว่ายังไม่พอที่จะชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการลดดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อจำนำทะเบียน
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2564/65 -3%/-3%, ปรับลดราคาเป้าหมายปี 64F เหลือ 69.00 บาท(P/E25x)
เราปรับลดประมาณการกำไรลงเพื่อสะท้อนถึง 1.) การปรับเพิ่มยีลด์สินเชื่อปี 2564/65 ขึ้นอีก 0.3%/0.3% เป็น 20.5% 2.) ปรับเพิม่ คชจ.สำรอง/สินเชื่อ (credit cost) เป็น 85bps/90bps (จากเดิมปีละ 40bps) ถึงแม้ว่า MTC จะยังคงเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ แต่เรามองว่าสถานะผู้นำาตลาดของบริษัทอาจจะถูกท้าทายจาก platform ดิจิทัลที่ผู้เล่นรายใหญ่กำลังมุ่งพัฒนาอยู่ โดย platform เหล่านี้ อาจจะทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป และทำให้การเติบโตของ MTC เปลี่ยนตามไปด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากราคาหุ้นค่อนข้างแพง ในขณะที่ยีลด์สินเชื่อลดลง และคชจ.สำรอง (credit cost) เพิ่มขึ้น เราจึงปรับลดคำแนะนำหุ้น MTC จาก ถือ เป็น ขาย โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2564F ที่ 69 บาท (P/E ที่ 25x)
Risks
NPL เพิ่มขึ้น, credit cost เพิ่มขึ้น, การแข่งขันด้าน yield สินเชื่อเข้มข้นมาก









