ทิศทางของบอนด์ยิลด์และดอลลาร์ฯ ยังคงผันผวนน่าจะจำกัดทางขึ้นของ SET Index
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ ไซด์เวย์... หลังจากเมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับลดลง(ตามคาด) รับแรงกดดันจากบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้นกดดันฟันด์โฟลว์ในตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทย... และสำหรับวันนี้ ทิศทางของบอนด์ยิลด์และดอลลาร์ฯ ยังคงผันผวนน่าจะจำกัดทางขึ้นของ SET Index แต่ในขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มหลักทั้งพลังงานและธนาคารยังมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ (กลุ่มพลังงาน) และเส้นผลตอบแทนพันธบัตรที่ชันมากขึ้น (กลุ่มธนาคาร) เมื่อสุทธิทุกปัจจัยแล้วจึงเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะประคองตัวต่อไปได้
ปัจจัยต่างประเทศ - เป็นกลาง: i) สหรัฐฯ รายงานตัวเลขยอดค้าปลีกเดือน ม.ค. สูงกว่า consensus คาดค่อนข้างมาก ขณะที่เงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI) ปรับขึ้นมากกว่าคาดเช่นกัน ผลักดันให้บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในช่วงแรก ก่อนที่บอนด์ยิลด์กลับมาลดลง ตอบรับรายงานการประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ (Fed
meeting minutes) ซึ่งชี้ว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่มองเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังห่างไกลจากภาวะปกติ และยังมีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไปอีกระยะหนึ่ง ii) ตลาดหุ้นจีนจะเปิดทำการในวันนี้ หลังจากปิดยาวช่วงตรุษจีนมาตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา นักกลยุทธ์ในตลาดโลกส่วนใหญ่มองว่า
ตลาดหุ้นจีนน่าจะแรลลี่ต่อ น่าจะสร้าง sentiment เชิงบวกให้กับตลาดหุ้นเอเชียในระดับหนึ่ง
ปัจจัยในประเทศ - เป็นกลาง: ในวันนี้ไม่มีปัจจัยภายในประเทศที่มีนัยสำคัญต่อทิศทาง SET Index
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
เก็งกำไร KTIS, GPSC*, SPRC*
- KTIS (ยังไม่มีเป้าหมายใน Consensus) 1) ประเมินแนวรับ 3.74 บาท / แนวต้าน 3.86 - 4.0 บาท หากผ่านกรอบแนวต้านไปได้ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 4.2 บาท (Stop loss 3.7 บาท) 2) ราคาน้ำตาลในตลาดโลกล่าสุดทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี +34% จากต้นฤดูกาลหีบเดือน ต.ค.63 (ปัจจุบันขายล่วงหน้าไปราว 60% มี Upside หากราคาน้ำตาลปรับขึ้นไปอีก) 3) ขยายโรงงานผลิตเอทานอลใหม่ตามแผน โครงการไบโอคอมเพล็กซ์ (ผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ โดย JV กับ GGC) โดยปีนี้เป็นเฟสแรกจะทำการผลิตเฉพาะเอทานอล... รอลุ้นกระทรวงพลังงานตัดสินใจเรื่อง
การยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ปรับ E20 เป็นนํ้ามันมาตรฐานแทน 4) Upside จากการขายเยื่อกระดาษจากชานอ้อย และการแปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์อาหาร+หลอดกระดาษ รับมติ ครม ล่าสุด แผนยกเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง... นักลงทุนอาจพิจารณาเก็งกำไร KSL แนวรับ 2.9 บาท / แนวต้าน
3.04 - 3.2 บาท (Stop loss 2.8 บาท)
- GPSC* (เป้าพื้นฐาน 79.5 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 78.5 บาท / แนวต้าน 81.5 บาท หาก Breakout ผ่านแนวต้านนี้ไปได้ ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 85 - 87 บาท (Stop loss 76 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินแนวโน้มกำไรจากการดำเนินงาน 1Q64 จะดีขึ้นแบบ QoQ จากต้นทุนที่ลดลง (SG&A และ ต้นทุนก๊าซ ลดลง) 3) ประเมิน Catalyst บวกจากการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่ทั้งในไทยและการเข้าถือหุ้นผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่จีน หลังจากที่กระแสรถอีวีในไทยเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ (Great Wall Motor เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย การเปลี่ยนรถเมล์+รถบัสเป็นรถอีวี)
- SPRC* (เป้าพื้นฐาน 9.8 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 9.2 บาท / แนวต้าน 9.5 - 9.8 บาท หากผ่านกรอบแนวต้านนี้ไปได้ ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 10.2 บาท (Stop loss 8.9 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯยังคงมุมมองต่อแนวโน้มธุรกิจโรงกลั่นในปีนี้ที่คาดว่าค่าการกลั่นจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องแบบไตรมาสต่อไตรมาส ... อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ Commodity weekly วานนี้ 3) มี Catalyst บวก i) จากประเด็นข่าว โรงกลั่นที่รัฐเท็กซัส หยุดผลิตเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็น คาดเป็นบวกต่อค่าการกลั่นโดยเฉพาะ Gasoline ii) ราคาน้ำมันดิบที่ยังพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ... วันนี้ ฝ่ายวิจัยฯออกบทวิเคราะห์ Preview 4Q63 หุ้น ESSO* คาดกำไร Turnaround YoY อาจพิจารณาเก็งกำไร แนวรับ 8.9 บาท / แนวต้าน 9.1 - 9.25 บาท (Stop loss 8.8 บาท)
หุ้นมีข่าว
(-) AOT* ปรับลดประมาณการปริมาณจราจรทางอากาศ ปี งบฯ 64-67 คาดปี นี้มีผู้โดยสารรวม 31.9 ล้านคน ลดลง 33.4% จากประมาณการครั้งก่อนในเดือนพ.ย. 63 ส่วนเที่ยวบินอยู่ที่ 335,459 เที่ยวบิน ลดลง 25% เป็นผลจากพิษโควิด-19 ระลอกสอง พร้อมประเมินกว่าเหตุการณ์จะฟื้นปกติเท่าก่อนไวรัสระบาดต้องรอถึงปี 67 (ข่าวหุ้น) เรามองข่าวดังกล่าวเป็นความเสี่ยงด้านลบต่อประมาณการผลประกอบการใน FY64 (ต.ค. 63 - ก.ย.64) เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารในประเทศที่อาจลดลงกว่า คาดการณ์จากการระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 อย่างไรก็ตาม เราได้ปรับลดประมาณการ AOT ลงอย่างมีนัยสำคัญมาก่อนหน้านี้ โดยคาดการณ์ขาดทุนสุทธิในปี FY64 ไว้ที่ 4.1 พันล่านบาท ทั้งนี้ เราคาดการณ์การฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารที่แรงขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งหนุนโดยความสำเร็จในการฉีดวัคซีนของประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เรายังคงแนะนำ ซื้อ AOT โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2565 ไว้ที่ 79.25 บาท
(+) STGT* ถุงมือราคาพุ่งอีก สู่หุ้นปันผลหนักโตแรง (ทันหุ้น) STGT* กำไรยังทะยานอีก เผยราคาขายเฉลี่ยถุงมือยางในไตรมาส 1/2564 เติบโตไม่ตํ่ากว่า 20% จากไตรมาส 4/2563 ความต้องการสินค้าล้น มีการเสนอราคาซื้อเข้ามาเอง มาทั้ง สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น กำไรขั้นต้นแซงมาเลเซียแล้ว เชื่อปีนี้เป็นปีทองพุ่งอีก ส่วนการออกหุ้นกู้ 8 พันล้านบาท เตรียมซื้อกิจการหรือขยายกำลังการผลิต จับตาปันผลทุกไตรมาสครั้งละ 1.0-1.2 บาท
(+) PTTGC* ลุ้นยอดขายปีนี้โตเกิน 10% ลุย 3 สเต็ปผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ (กรุงเทพธุรกิจ) "จีซี"หวังยอดขายปี 64 โตกว่า 8-10% ตามกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ราคาผลิตภัณฑ์หนุน คาดครึ่งปีแรกสรุปตัดสินใจลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์สหรัฐหรือไม่ ลุ้นปิดดีล M&A ภายในปีนี้หลังเจรจาหลายโครงการ
(+) SABUY โอนเงินข้ามปท. (ข่าวสด) นายชูเกียรติ รุจนพรพจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายในไตรมาส 2 เตรียมเปิดให้บริการโอนเงินไปต่างประเทศกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ผ่านระบบ SpeedSend จากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ซึ่งได้ร่วมกันให้บริการกลุ่มลูกค้าใน
วงกว้างขึ้น และเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นต่ำ
(+) TPCH ข่าวดี COD โรงไฟฟ้าเพิ่ม ดันกำลังผลิตรวม 109 เมกะวัตต์ (ข่าวหุ้น) TPCH แจ้ง COD โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 ที่ จ.ยะลา กำลังผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ ดันกำลังผลิตไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มเป็น 109 เมกะวัตต์ คาดหนุนผลงานปี 64 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง พร้อมรอภาครัฐเปิด
ประมูลโรงไฟฟ้าชุมชน
(+) บอร์ด SHR อนุมัติทุ่ม 564 ล้าน ลุยลงทุนโรงแรม 26 แห่งใน UK (ข่าวหุ้น) SHR ทุ่มงบกว่า 564.49 ล้านบาท ซื้อหุ้น 50% ใน “FS JV” เจ้าของโรงแรมในสหราชอาณาจักร (UK) รวม 26 แห่ง เพื่อรองรับศักยภาพการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในยุโรป









