แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้
คาดดัชนีฯ ผันผวน แนวรับ 1516 / 1506 จุด แนวต้าน 1530 / 1544 จุด แนะนำ เก็งกำไร IVL SMT KBANK ทางเทคนิคเกิดสัญญาณ Buy Signal เพิ่ม หากสามารถยืนเหนือระดับแนวต้านเดิม 1530 จุดได้ โดยมีแนวต้านต่อไปที่ 1544 / 1560 จุด โมเมนตัมบวก มาจากจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ปรับลดลงในหลายประเทศ อาทิ ไทย ญี่ปุ่น การคาดว่าสหรัฐฯ จะรายงานยอดค้าปลีกเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือน ก.ย. และรายงาน
FOMC Minute คาดส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การวิตกต่อดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐฯ หลังยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี วานนี้ แตะระดับสูงสุดรอบปีที่ 1.32% รายงานผลกำไรบจ. และการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่สอง
ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้
1) จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ เริ่มปรับลดลงต่อเนื่องในหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ไทย มาเลเซีย ช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
2) ลุ้นรายงาน FOMC Minute คืนนี้ คาดเฟดส่งสัญญาณสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยที่ยังไม่ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย
3) การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี รวมนายกฯ 10 คน เป็นวันที่สอง เป็นโมเมนตัมลบระยะสั้นต่อตลาดหุ้นไทย
4) รายงานผลกำไรบจ. ไทย จับตา DELTA (พรุ่งนี้ PTT BH) คาดส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นรายตัว
5) หุ้น OR เริ่มคำนวณ SET50 Index วันแรก ส่วน FTSE Index ไม่ปรับเพิ่ม OR เข้าในการคำนวณแบบวิธี Fast Track
เศรษฐกิจวันนี้
Japan-Reuter Tankan Index เดือน ก.พ. คาดเท่าเดิมที่ -1, Machinery Orders เดือน ธ.ค. คาด -6.2% MoM (Vs เดือน พ.ย. +1.5% MoM) / USA-PPI เดือน ม.ค. คาด +0.4%MoM (Vs เดือน ธ.ค. +0.3% MoM), Retail Sales เดือน ม.ค. +1% MoM เพิ่มขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ย. (Vs เดือน ธ.ค. -0.7% MoM), Industrial Production เดือน ม.ค.คาด +0.5% MoM (Vs เดือน ธ.ค. +1.6% MoM), FOMC Minutes, NAHB Survey เดือนก.พ. คาดเท่าเดิมที่ 83 / Earnings-Hilton Worldwide, Baidu
Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
+/- ตลาดหุ้นไทยปิดบวกเล็กน้อย: ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ 1522-1531 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1523.11 จุด +0.39 จุด +0.03% วอลุ่ม 8.79 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -6.3% และนำขึ้นโดยกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ +1.9% อาหารและเครื่องดื่ม +1.11% หุ้น บวก >4% EA SAK KCE DOD DOD-W1 THANI ZMICO IND VL KOOL SMT AMA หุ้นร่วง >4% DELTA THCOM PTL U ACAP TAPAC MICRO
+/- ตลาดหุ้นโลกปิดคละ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน DJ +0.2% (+64.35 จุด) S&P500 -0.06% Nasdaq -0.34% จากคาดว่าสภาคองเกรสจะอนุมัติมาตรการกระตุ้น USD1.9Trn เพื่อเยียวยาประชาชน หุ้นนำขึ้น ได้แก่ กลุ่มพลังงาน (ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น) ธนาคาร (ยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี แตะระดับสูงสุดรอบ 1 ปี ที่ 1.32%) ส่วนกลุ่มเทคโนโลยีปรับลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปิดคละ DAX -0.32%CAC40 +0.001% FTSE -0.11% จากแรงขายทำกำไรหลังดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดรอบปี ขณะที่มีข่าวดีหนุน จากรายงานเศรษฐกิจอียู 4Q20 GDP หดตัวน้อยกว่าคาด
+/- ตลาดน้ำมันดิบปรับขึ้น ส่วนตลาดทองคำร่วงแรง: WTI +USD0.58 ปิดที่ USD60.05/บาร์เรล Brent +USD0.05 ปิดที่ USD63.35/บาร์เรล เป็นผลจากการคาดการณ์ว่ากำลังผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ จะปรับลดลง 5 แสน - 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้โรงกลั่นขนาดใหญ่หลายแห่งต้องหยุดดำเนินงาน ตลาดทองคำปิดร่วงแรง -USD24.2 ปิดที่ USD1,799/ออนซ์ จากการกลับมาแข็งค่าของค่าเงิน USD0.19% เป็น 90.52
ประเด็นสำคัญ
+ USA: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของพรรคเดโมแครต คาดว่าจะอยู่ระหว่าง USD1.3Trn-USD1.9Trn
- EU: 4Q20 GDP growth หดตัว -0.6% QoQ, -5% YoY แต่ดีกว่าคาดการณ์ที่ -0.7% QoQ, -5.1% YoY (Vs 3Q20 +12.4% QoQ, -4.3% YoY) ส่งผลให้ทั้งปี 2020 หดตัว -6.8% ส่วนแนวโน้มปี 2021E IMF คาดว่าจะเติบโต 4.2% (Vs เดิมคาด 5.2%)
+ EU: ZEW Economic Sentiment เดือน ก.พ. สูงขึ้นและดีกว่าคาดเป็น 69.6 (Vs คาด 57 และเดือน ม.ค. 58.3)
+ USA: NY Empire State Index ดัชนีภาคการผลิตเดือน ก.พ. ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 เป็น 12.1 สูงสุดตั้งแต่เดือน ก.ค. 2020 (Vs คาด 5.9)
- DELTA/IND: ตลาดฯ ให้ DELTA/IND เป็นหลักทรัพย์ที่ห้ามคานวณวงเงินซื้อขายและซื้อแบบ Cash Balance ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. - 8 มี.ค. และ 17 ก.พ. - 9 มี.ค. ตามลำดับ
+ Japan: ญี่ปุ่นเริ่มฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 ตั้งแต่วันนี้ โดยกลุ่มแรกจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ หลังจากได้วัคซีนของ Pfizer จากเบลเยียม 4 แสนโดสเม่อื วันศุกร์ที่ผ่านมา
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: OR TOP PSL
หุ้นแนะนำเก็งกำไร: IVL SMT KBANK
Derivatives: แนะถือ Short S50H21 รอทำกำไรตามเป้า (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)








