วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SMPC - ถือ

ผลประกอบการ 4Q63: กำไรตํ่าเกินคาด

Event

กำไรสุทธิของ SMPC ใน 4Q63 อยู่ที่ 110 ล้านบาท (+40% YoY, -39%QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 22% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นต่ำเกินคาด ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2563 อยู่ที่ 619 ล้านบาท (+65%YoY) ซึ่งเป็นไปตามประมาณการปี 2563 ของเรา

lmpact

ยอดขายยังใช้ได้ แต่อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าที่เราคาดไว้

ยอดขายของ SMPC ใน 4Q63 อยู่ที่ 979 ล้านบาท (+16% YoY, +2% QoQ) ทำให้ยอดขายปี 2563 อยู่ที่ 4.0 พันล้านบาท (+22% YoY) ปริมาณยอดขายใน 4Q63 อยู่ที่ ~1.8 ล้านถัง ซึ่งทำให้ปริมาณยอดขายปี 2563 อยู่ที่ 7.2 ล้านถัง (+29% YoY) ใกล้เคียงกับสมมติฐานปี 2563 ของเรา และเป้ าของผู้บริหาร ซึ่งปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นเพราะอุปสงคี่สูงจากลูกค้าในเอเซียใต้ และอาฟริกา รวมถึงอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าในสหรัฐเนื่องจากกรณีพิพาทระหว่างสหรัฐ-จีน ทั้งนี้ GPM ใน 4Q63 อยู่ที่ 21.1% (+2.3ppts YoY, -6.7ppts QoQ) ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาดไว้ที่ 24.0% เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าขึ้น และต้นทุนเหล็กแพงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2563 อยู่ที่ 24.4% ใกล้เคียงกับสมมติฐานปี 2563 ของเราที่ 24.5% บริษัทอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงาน 2H63 ที่ 0.43 บาท/หุ้น (XD: 7 เม.ย.และ PD: 30 เม.ย. 2564) คิดเป็นอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 4%

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2564-65 ลงเพื่อสะท้อนความเสี่ยง

ถึงแม้ว่ากำไรของ SMPC จะเติบโตอย่างน่าประทับใจถึง 65% YoY ในปี 2563 แต่เรามองว่าแนวโน้มกำไรปีนี้ยังคงท้าทาย เนื่องจากมีความเสี่ยงจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ คือ ค่าเงินบาท (อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย QTD อยู่ที่ 30 บาท/US$) และราคาเหล็ก (ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนเฉลี่ยขยับสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่
ที่ US$1,100/ton QTD) ดังนั้น เราจึงปรับสมมติฐานดังต่อไปนี้ i) ปรับลดปริมาณยอดขายปี 2564 ลง 2% (จาก 8.4 ล้านถังเหลือ 8.2 ล้านถัง) เพื่อสะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเลื่อนคำสั่งซื้ออกไป เพราะต้นทุนแพงขึ้น ii) ปรับสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนปี 2564-65 จากเดิม 30.90 บาท/US$ เป็น 29.50 บาท/US$ และ iii) ปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นปี 2564-65 ลง 1ppts เป็น 21% ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 ลง 15% และปี 2565 ลง 13% ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 12%แล้วกลับมาเพิ่มขึ้น 12% ในปี 2565

Valuation & Action

เราปรับลดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2564 ลงจากเดิมที่ 12.70 บาท เหลือ 10.70 บาท อิงจาก PER เท่าเดิมที่ 10.5x (ค่าเฉลี่ยในอดีต) สะท้อนถึงการปรับลดประมาณการกำไรลงจากปัจจัยที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ถึงแม้ว่าแนวโน้มผลประกอบการจะดูไม่ค่อยน่าสนใจ แต่บริษัทก็ยังคงจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอโดยเมื่อคิ
จากราคาปิดล่าสุดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังสูงถึง 6% (ใช้สมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 65%) ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาหุ้นเอาไว้ ดังนั้น เราจึงปรับลดคำแนะนำจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ"

Risks

เงินบาทแข็งค่าขึ้น, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการ, ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ, นโยบายการค้า, ความเสี่ยงด้านเครดิต, ความเสี่ยงจากสินค้าแทนกัน