“คลัง”ขยายเวลาลงทะเบียน “เราชนะ” กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนถึง 5 มี.ค.64 “กรุงไทย” ชี้แจงเร่งบริหารจัดการคิวไม่ให้หนาแน่น ด้าน ครม. ไฟเขียวผ่อนมาตรการเยียวยา พร้อมเห็นชอบ โยกงบฟื้นฟูฯ อีก 3.5 หมื่นล้าน สมทบจ่ายประกันสังคม ม.33
มาตรการเยียวยาของภาครัฐ กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ มีมติเห็นชอบโครงการ “ม33เรารักกัน” กรอบวงเงิน 3.71 หมื่นล้านบาทเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยจะจ่ายเงินเยียวยาให้รายละ 4,000 บาท ขณะที่ ภาพรวมของมาตรการ “เราชนะ” ที่เปิดให้ผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนไปลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทยวันแรกวานนี้ มีผู้ต่อคิวอย่างหนาแน่น จนล่าสุดคลังได้ขยายเวลาลงทะเบียนได้ถึง 5 มี.ค.
วานนี้ (15 ก.พ.) ธนาคารกรุงไทย ได้มีการชี้แจงเรื่องการจัดระบบลงทะเบียนโครงการเราชนะ สำหรับกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน โดยย้ำประชาชนว่าไม่ต้องรีบ เพราะล่าสุด กระทรวงการคลังได้ขยายเวลาลงทะเบียนให้ถึง 5 มี.ค.นี้ โดยให้แต่ละสาขาจัดทำระบบแจกบัตรคิวลงทะเบียนตามจำนวนลูกค้าที่สาขาสามารถรองรับได้สูงสุดในแต่ละวัน ส่วนลูกค้าที่เข้ามาติดต่อลงทะเบียนเกินจากจำนวน ธนาคารจะแจกบัตรคิว และนัดหมายเพื่อมาลงทะเบียนในวันหลัง โดยสาขาจะกำหนดวันและช่วงเวลาที่แน่นอน ไม่ต้องเสียเวลารอนาน ลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
กรุงไทย เร่งปรับระบบงานให้เร็ว
อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนสำหรับกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ต้องยอมรับว่า วางแผนบริหารจัดการได้ยาก เพราะไม่มีข้อมูลว่าประชาชนกลุ่มนี้มีจำนวนเท่าใด และอยู่ในพื้นที่ไหนบ้าง การเตรียมความพร้อมในวันแรก จึงเป็นการประมาณการแบบภาพรวมทั้งประเทศ แต่จากสถานการณ์การเปิดลงทะเบียนในวันแรก ทำให้ธนาคารได้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อให้การบริการลงทะเบียนเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การเสนอมาตรการผ่อนคลายและสนับสนุนเงินต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงทั้งในภาคประชาชน และภาคธุรกิจ รวมถึงการปลดล็อกนั้นต้องทยอยดำเนินการตามข้อมูลที่มีอยู่ และขอให้ประชาชนคิดด้วย เพราะต้องบริหารราชการและจะใช้งบประมาณจ่ายเงิน ในแนวทางใหม่
ส่วนเรื่องแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” คือ การเดินหน้าประเทศไปสู่อนาคต จะไม่ยอมรับเปลี่ยนเลยคงไม่ได้ สิ่งสำคัญ คือ ต้องถึงมือประชาชน แม้จะยากสักนิดก็ต้องพยายามกัน เพราะประเทศไทยได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลช่วยเหลือดูแลตรงนี้ แต่งบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด กติกา กฎหมายมีอยู่อย่างรัดกุม จะพยายามหามาตรการที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ เพราะวันนี้ได้มีมาตรการเสนอเข้ามาในรูปแบบจะปรับวงเงิน Soft Loan ซึ่งขอให้ติดตามต่อไป
สั่ง “คลัง” ยืดเวลาผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน
ด้านการลงทะเบียนโครงการ เราชนะ กลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน มีการเบียดเสียดยัดเยียดกัน ซึ่งการลงทะเบียนมีเวลาอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องมาวันแรก เพราะทำให้เกิดความหนาแน่นกระทบขีดความสามารถในการดูแล เนื่องจากไม่ได้ใช้ระบบออนไลน์ เป็นเรื่องของการพบปะกันทางหลักฐาน จึงต้องทยอยกันมาเพื่อไม่ให้คับคั่ง เพราะมีช่วงเวลาที่กำหนดไว้แล้ว ถ้าไม่พอก็ขยายอีกได้หากจำเป็น ซึ่งได้สั่งกระทรวงการคลังไปดูเรื่องนี้แล้ว
“ถ้าไม่พอ ก็ขยายเวลาอีกได้ถ้าจำเป็น ซึ่งผมได้สั่งกระทรวงการคลังไปแล้ว แต่ต้องย้ำว่าต้องใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง”
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ มีมติเห็นชอบโครงการ “ม.33 เรารักกัน” ในกรอบวงเงิน 3.71 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเยียวยาภาระค่าครองชีพของผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบประกันสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาให้รายละ 4,000 บาท ซึ่งประเมินว่า จะมีผู้ประกันตนมาตรา 33 เข้าข่ายมีสิทธิรับเงินเยียวยาครั้งนี้ 9.27 ล้านคน ซึ่งมีระยะเวลาทำโครงการรวม 8 เดือน ตั้งแต่ เดือน ก.พ.-ก.ย.2564
สำหรับคุณสมบัติกำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยมีข้อมูลในระบบประกันสังคม หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2564 ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่ได้รับสิทธิโครงการเราชนะ และไม่มีเงินฝากในสถาบันการเงินรวมกันเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 ธ.ค.2563
ทั้งนี้ ไทม์ไลน์การเปิดให้ผู้ประกันตนที่มีคุณสมบัติสามารถลงทะเบียนผ่าน เว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. -7 มี.ค. 2564 ตรวจสอบสิทธิ ตั้งแต่วันที่ 8-14 มี.ค.2564 จากนั้นยืนยันตัวตนผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง วันที่ 15-21 มี.ค. 2564 เริ่มโอนเงินผ่านแอพเป๋าตังในทุกวันจันทร์ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 22 มี.ค.2564 เป็นต้นไป ครั้งละ 1,000 บาท จนครบ 4,000 บาท เริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้า และบริการกับร้านค้าภายใต้โครงการเราชนะ ได้วันที่ 22 มี.ค.-31พ.ค.2564
ม.33 รอบ2จ่ายครั้งละ2พันบาท
ส่วนกรณีที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ไม่สามารถลงทะเบียนโครงการ ม.33 เรารักกันรอบแรกได้ จะมีการเปิดให้ยื่นขอทบทวนสิทธิอีกครั้งผ่านทาง www.ม33เรารักกัน.com ได้ตั้งแต่วันที่ 15-28 มี.ค.2564 จากนั้นจะตรวจสอบข้อมูล 29 มี.ค.-4 เม.ย.2564 และยืนยันตัวตนผ่านแอพเป๋าตัง วันที่ 5-11 เม.ย.2564 รัฐบาลจะโอนเงินเข้าแอพเป๋าตังวันจันทร์ที่ 5 และ 12 เม.ย.2564 จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท เริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้าได้ในวันที่ 5 เม.ย. -31พ.ค.2564 โดยคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ได้กำชับกระทรวงแรงงานว่า ต้องมีกระบวนการตรวจสอบการทุจริต และติดตามการดำเนินคดี หากเกิดกรณีที่มีการทุจริตไม่ว่าจะเกิดจากผู้ได้รับสิทธิหรือร้านค้าและผู้ประกอบการด้วย
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่าโครงการ ม.33 เรารักกันที่ใช้วงเงินประมาณ 3.71 หมื่นล้านบาท คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ฯ เห็นชอบให้โยกเงินกู้จากส่วนการเยียวยาเศรษฐกิจฯ ที่เหลืออยู่ไปใช้ในโครงการนี้อีก 3.5 หมื่นล้านบาท ไปรวมกับเงินที่เหลืออยู่อีกประมาณ 4 - 5 พันล้านบาท เพื่อให้เงินเพียงพอที่จะใช้ในโครงการนี้ ส่วนเงินกู้ที่เหลืออีกประมาณ 2 แสนล้านบาท ต้องพิจารณากรอบการอนุมัติโครงการกันใหม่อีกครั้งเมื่อสถานการณ์โควิด-19ในช่วงนี้คลี่คลาย
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบแนวทางเปิดรับลงทะเบียนโครงการ “เราชนะ” กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และที่ไม่สามารถใช้วงเงินผ่านแอพเป๋าตัง รวมทั้งเห็นชอบกลุ่มลูกจ้างตามสัญญาจ้างเหมาบริการ ลูกจ้างรายวันของส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ และอาสาสมัครต่างๆ ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติสามารถเข้าร่วมโครงการได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ใช้สิทธิอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมเช่นเดียวกับกลุ่มอื่นๆ
ใช้บัตรประชาชนแทนแอพเป๋าตัง
สำหรับแนวทางช่วยเหลือผู้ที่ลงทะเบียน “เราชนะ” ที่ไม่สามารถใช้วงเงินสนับสนุนผ่านแอพเป๋าตัง เปิดรับลงทะเบียนสำหรับกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระหว่างวันที่ 15-25 ก.พ. 2564 ณ สาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือจุดบริการที่ธนาคารกรุงไทยฯ กำหนดด้วยตนเอง กรณีกลุ่มที่ไม่สามารถเดินทางไปลงทะเบียน ณ หน่วยรับลงทะเบียนด้วยตนเองได้ จะมีหน่วยเคลื่อนที่รับลงทะเบียนเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่ด้วย โดยต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนผู้ลงทะเบียนด้วยการเสียบบัตรประจำตัวประชาชน (Dip Chip) ผ่านเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Capture: EDC) ซึ่งธนาคารกรุงไทย จะประกาศผลผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ ที่รับลงทะเบียนประสานแจ้งผู้ได้รับสิทธิ์ให้หน่วยงานในจังหวัดดำเนินการแจ้งประชาชนต่อไป
โดยผู้ได้สิทธิจะได้รับวงเงินช่วยเหลือไม่เกิน 7,000 บาทในระยะเวลา 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.2564) สามารถใช้จ่ายวงเงินผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดในการซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการจากร้านธงฟ้า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ และใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2564
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จะหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)เพื่อพิจารณาว่า จะสามารถให้ธนาคารพาณิชย์ของรัฐแห่งอื่นมาร่วมรับลงทะเบียนโครงการเราชนะสำหรับกลุ่มพิเศษที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หลังจากพบว่า ขณะนี้ มีประชาชนกลุ่มดังกล่าวมาลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทยจำนวนมาก









