วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตานัดชุมนุมเย็นนี้

ตลาดหุ้นวานนี้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ที่ขานรับความหวังเกี่ยวกับ Stimulus Package สหรัฐ

อย่างไรก็ดี ดัชนีลดช่วงบวกจากระหว่างวันที่ขึ้นไปบวกสูงสุดกว่า 10 จุด คาดเป็นแรง Take Profit หลังจากตลาดปรับตัวขึ้นแรงหลายวัน ประกอบกับถูกกดดันจากตลาดหุ้นโซนยุโรปที่เปิดในแดนลบ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,518.27 จุด +1.84 จุด +0.12% มูลค่าการซื้อขาย 92,890 ลบ. ต่างชาติ +2,091.81 ลบ. TFEX -3,157 สัญญา ตราสารหนี้ -1,858 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิด +39 เซนต์ +0.7% ปิด $58.36 ต่อบาร์เรล จากความหวังที่ว่ามาตรการกระตุ้นเศก.และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐจะท้าให้ต้องการใช้น้ำมันฟื้นตัว นลท.จับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยวันนี้
+ปธน.โจ ไบเดน เปิดทำเนียบขาวเชิญผู้บริหารภาคเอกชน หารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
+สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.65 ล้านตำแหน่งในเดือนธ.ค.
+โกลด์แมนแซคส์ปรับเพิ่ม GDP สหรัฐ Q2/64 เป็น 11% เก็งออกมาตรการ 1.5 ล้านล้านดอลล์
+การจัดทำดัชนีดาวโจนส์ยั่งยืน (DJSI) มีบริษัทไทยมากถึง 29 บริษัทถือเป็นอันดับ 7 ของโลกช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนลท.ต่างชาติ
+ สธ.ชี้ยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ลดต่อเนื่อง ยันคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด
+ ครม.อนุมัติโครงการประกันรายได้ชาวสวนปาล์ม ปี 64 วงเงิน 8.8 พันลบ.

ปัจจัยลบ

+/- ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 9.93 จุด -0.03% จากการขายทำกำไรตลาดที่พุ่งขึ้นติดต่อกันหลายวัน หุ้นพลังงานร่วงหนักสุด นลท.จับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นศก.ของสหรัฐและผลประกอบการของบจ.
+/- วุฒิสภาสหรัฐเริ่มกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนอดีตปธน.ทรัมป์ข้อหายุยงปลุกปั่นให้กลุ่มผู้สนับสนุนบุกเข้าอาคารรัฐสภาเมื่อ 6 ม.ค.
- กลุ่มผู้เชี่ยวชาญของ WHO ประชุมทบทวนปสภ.ของวัคซีนป้องกันต้านโควิด-19 ที่พัฒนาโดยแอสตร้าเซนเนก้าและม.ออกซ์ฟอร์ดหลังผลศึกษาแสดงว่าวัคซีนมีปสภ.น้อยลงในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่
- ม็อบราษฎรนัดรวมพลเย็นนี้เพื่อแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับการคุมขังแกนนำ
+/- เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่า ที่29.96 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าต่อเนื่องตามทิศทางภูมิภาค แรงเทขายดอลลาร์ทำกำไร

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัว Sidway ออกข้าง โดยยังมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีแรงกดดันจากการนัดชุมนุมของม็อบราษฎรเย็นนี้ คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,505-1,530 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นที่ได้ผลดีจากนโยบายไบเดน : BGRIM GPSC EA RATCH BCPG
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการเราชนะ : TNP KK CPALL BJC MAKRO
• คาดผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มโรงไฟฟ้าจะปรับตัวดีขึ้น : PTTGC SPRC TOP BGRIM BCP IRPC

หุ้นรายงานพิเศษ

         IRPC Bloomberg Consensus 3.86 บาท

● รายงานกำไร 4Q63 ที่ 1,608 ลบ. +3%QoQ และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยส้าคัญ YoY โดยได้แรงหนุนจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน และมีการบันทึกกำไรจากสต็อกอีกราว 1.36 พันลบ. ขณะที่บริษัทใช้กำลังการผลิต 197,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น U rate 92% ด้านผลประกอบการปี 63 รายงานขาดทุนราว 6.15 พันลบ. เนื่องจากในช่วงไตรมาส 1 ราคาน้ำมันปรับตัวลง 70% สู่ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทำให้มีการบันทึกขาดทุนสต็อกกว่า 3.5 พันลบ. และค่าการกลั่นปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญซึ่งต่ำกว่าจุด Breakeven

● ค่าการกลั่นในเดือนก.พ. ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลซึ่งสูงที่สุดในรอบ 8 เดือน โดยได้แรงหนุนจากน้ำมันอากาศยาน น้ำมันดีเซล และน้ำมันเบนซินที่ฟื้นตัวตามราคาน้ำมันและหลายประเทศเริ่มทยอยฉีดวัคซีน ท้าให้มีความคาดหวังว่าอุปสงค์ในการเดินทางจะกลับมาในอนาคต

● ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการ 1Q64 เนื่องจากทั้งราคาน้ำมันและค่าการกลั่นเริ่มปรับตัวขึ้นส่งผลให้ผลประกอบการ 1Q64 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งประกาศจ่ายปันผล 0.06 บาทต่อหุ้น(ทั้งปีปันผล 0.16 บาทต่อหุ้นคิดเป็นปันผล 4%) เราจึงแนะนำ ซื้อ

หุ้นมีข่าว

(+) SCGP (Bloomberg Consensus 51 บาท) จับมือพันธมิตรเร่งขยายธุรกิจแพ็กเกจจิ้งในเวียดนาม ล่าสุดเซ็นสัญญาเข้าซื้อหุ้น 70% ใน Duy Tan (หยุ่ยตัน) ผู้ผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบคงรูป รายได้กว่า 6,100 ล้านบาท พร้อมพัฒนาโซลูชันบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร คาดธุรกรรมเสร็จสิ้นกลางปี 64 (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) IP (Bloomberg Consensus 18 บาท) ซื้อโรงงานผลิตยาแผนปัจจุบันและเครื่องจักร พร้อมทะเบียนยา 4 ต้ารับ จาก TEVA มูลค่า 160 ล้านบาท คาดโอนกิจการทั้งหมดภายในสิ้นปี 64 รวมถึงบรรลุข้อตกลงรับจ้างผลิตยาให้ TEVA อย่างน้อย 3-5 ปี ต่อยอดสู่ผู้นำเวชภัณฑ์ระดับโลกรองรับกระแสเมกะเทรนด์ หวังสร้างการเติบโต (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) PR9 (Bloomberg Consensus 10.70 บาท) ปี 2564 ผลงานเริ่มฟื้น ผู้ป่วยกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้นหลังโควิด-19 คลี่คลาย เดินหน้าลงทุนเตรียมเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง 3-4 แห่ง หนุนรายได้ปี 2564 เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก ระยะยาวโตต่อเนื่องจากการขยายศูนย์เฉพาะทางการแพทย์ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) PTTEP (Bloomberg Consensus 119.50 บาท) รับราคาน้ำมันปีนี้ขยับขึ้นระดับ 50-55 ดอลล์ ขณะที่ต้นทุนลดเหลือ 29 ดอลล์ พร้อมปรับเป้าปริมาณขายเป็น 3.98 แสนบาร์เรลต่อวัน โครงการ Oman Block 61 หนุน ส่วนงบลงทุน 5 ปี (64-68) ที่ 2.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ยันการเมืองในเมียนมาไม่กระทบโครงการ Gas-to-Power (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ 

10 ก.พ. จับตาม็อบราษฎรนัดรวมพลเย็นนี้
            ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดบีโอไอ)

15 ก.พ. สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP 4Q63

16-19 ก.พ. อภิปรายไม่ไว้วางใจ ลงมติ 20 ก.พ.

สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า

สัปดาห์ที่ 4 สศอ.แถลงดัชนีอุตสาหกรรม สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

1 มี.ค. วันสุดท้ายบจ.ส่งงบปี 63 กรณีไม่ส่ง Q4 (ส่งได้ภายใน 2 มี.ค.ก่อนเปิดตลาดเช้า)

ต่างประเทศ

10 ก.พ. จีนเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค.
            สหรัฐเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

11 ก.พ. สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

12 ก.พ. อังกฤษเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค. GDP ไตรมาส 4/2563 และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. สหรัฐเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ.

15 ก.พ. ญี่ปุ่นเปิดเผย GDP 4Q63
            อียูเปิดเผยดุลการค้าและการผลิตอุตสาหกรรม16 ก.พ. อียูเปิดเผย GDP 4Q63 และดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนก.พ.
            สหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต เดือนก.พ.