วัคซีนโควิด ความหวังหลักของนานาประเทศในการต่อสู่กับโควิด-19 ถึงการฉีดวัคซีนยังคงมีข้อกังวลถึงความปลอดภัยในบางกรณี แต่ถือเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลในการจัดหาวัคซีนเพื่อดูแลคนไทยอย่างเท่าเทียมกัน ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและเศรษฐกิจไทย
หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลการรับวัคซีนในโครงการโคแวกซ์ ซึ่งไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ไม่ได้รับวัคซีนจากโครงการความร่วมมือด้านวัคซีนนานาชาติ ที่มีองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เป็นผู้ดำเนินการ โดยทำให้รัฐบาลต้องรีบออกมาชี้แจงเหตุผลที่ประเทศไทยไม่ได้รับวัคซีนจากโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นการรับวัคซีนในฐานะประเทศที่เข้าเงื่อนไขการรับความช่วยเหลือ หรือเงื่อนไขของประเทศผู้สั่งซื้อวัคซีนที่มีเงื่อนไขต้องซื้อในราคาแพงและเลือกผู้ผลิตไม่ได้
ถึงแม้การฉีดวัคซีนยังคงมีข้อวิจารณ์ถึงความปลอดภัยในบางกรณี แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกประเทศต่างเร่งจัดหาวัคซีน เพื่อเป็นเครื่องมือที่ยืนยันได้ถึงการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งข้อมูลวันที่ 27 ม.ค.2564 ประเทศที่มียอดจองวัคซีน 10 อันดับแรกของโลกต่างจองวัคซีนในอัตราส่วนที่สูงกว่าจำนวนประชากรตั้งแต่ 137-330% โดยประเทศแคนาดามีอัตราการจองวัคซีนตามสัดส่วนประชากรสูงสุด 330% ของจำนวนประชากร และวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าเป็นผู้ผลิตที่ถูกจองมากที่สุด 3,036 ล้านโดส
ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ต่อวันในประเทศไทยจะมีจำนวนลดลง โดยอัตราสูงสุดที่เคยเกินวันละ 1,000 คน มาล่าสุดวันที่ 8 ก.พ.2564 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 186 ราย รวมแล้วประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ 23,557 คน ในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อในประเทศ 21,006 คน และมีผู้หายป่วย 17,410 คน ตัวเลขที่มีการเปิดเผยดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่าการฉีดวัคซีนในประเทศไทยยังมีความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจำเป็นต้องรีบจัดหาให้เร็วขึ้น
ปัจจุบันวัคซีนเป็นที่ต้องการของหลายประเทศและถ้าสามารถควบคุมการระบาดได้ตามเป้าหมาย จะทำให้การระบาดหยุดชะลอตัวลงได้ และจะนำมาสู่การดำเนินชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะกลับมาเป็นปกติได้ โดยเฉพาะการเดินทางระหว่างประเทศที่ปัจจุบันไม่สามารถดำเนินการได้ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่อง ซึ่งแม้ในปี 2564 ประเทศไทยตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 ล้านคน แต่ยังห่างไกลจำนวนปกติที่อยู่ระหว่างปีละ 40 ล้านคน
ไม่ว่าอัตราประสิทธิภาพของวัคซีนจะอยู่ในระดับใดหากอยู่ในเกณฑ์ความปลอดภัยในการฉีดวัคซีน ก็ถือเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลในการจัดหาวัคซีนเพื่อดูแลประชาชนชาวไทยอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งต้องมีความร่วมมือในองคาพยพที่มีอยู่ในการจัดหาและกระจายวัคซีนให้ได้มากและเร็วที่สุด รวมทั้งหมดใครมีความพร้อมจัดหาและสามารถดำเนินการได้ตามที่กฎหมายกำหนดควรมาร่วมมือกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและเศรษฐกิจไทย









