วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ล้มประมูลสายสีส้ม รฟม.ต้องไขปมสงสัย

การตัดสินของที่ประชุมบอร์ด รฟม. ที่มีมติให้ยกเลิกประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) อาจส่งผลให้ล่าช้าออกไปอีก รวมถึงอาจทำให้เอกชนฟ้องร้องอีกก็เป็นได้ จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเรื่องที่ธุรกิจและประชาชนมีส่วนได้ส่วนเสีย

ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) คัดเลือก ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน พ.ศ.2562 เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2564 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) พร้อมกันนี้ให้ รฟม.เร่งจัดทำเอกสารประกวดราคารอบใหม่ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.นี้ 

โครงการนี้เปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอมาเมื่อเดือน พ.ย.2563 รฟม.ให้เหตุผลในการล้มการประมูลว่า เนื่องจากขณะนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มอยู่ในกระบวนการศาล และกระบวนการมีเวลาพิจารณานานเกินกว่าที่ รฟม.ประเมินไว้ หากรอกระบวนการศาลต่อไป อาจกระทบต่อแผนการเปิดให้บริการ

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ รฟม.เปิดขายซองประกวดราคามีเอกชนซื้อซองเอกสารยื่นข้อเสนอโครงการ (RFP) 10 ราย ก่อนที่วันที่ 9 พ.ย. รฟม.ได้เปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอ ปรากฏมี 2 กลุ่มบริษัทรวม 4 ราย ยื่นซองข้อเสนอการร่วมลงทุน ประกอบด้วย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ยื่นเป็นรายแรก ตามด้วยกลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR) ประกอบด้วย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC, บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STECON

ประเด็นปัญหาก่อนจะนำไปสู่ขั้นตอนยื่นศาลของ BTS ที่ฟ้องคณะกรรมการคัดเลือก กรณี รฟม.มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการประมูล หลังจากขายซองเอกสารไปแล้ว กลายเป็นปมที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ถึงวันนี้ รฟม.ยังต้องพิสูจน์ความโปร่งใสความสุจริตใจต่อสังคมในการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ว่าไม่มีวาระซ่อนเร้น หรือได้ทำตามขั้นตอนเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครบถ้วน เป็นต้น ยิ่งวันนี้ มติบอร์ดคัดเลือกให้ล้มประมูลโครงการ กระแสสังคมได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงการตัดสินใจที่กล้าหาญในการลงมติล้มสัญญาที่อยู่ระหว่างชั้นศาล หมายถึงการนับหนึ่งใหม่ที่ไม่มีใครรู้ว่าเร็วหรือช้ากว่าเดิม เนื่องจากศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าให้หยุดหรือเดินหน้าต่อ

เราเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของ รฟม.มีผลกระทบที่อาจทำให้ประเทศเสียโอกาสที่ควรได้ เพราะหลักเกณฑ์เปลี่ยนจากพิจารณาความสามารถด้านเทคนิค 85% เป็นพิจารณาความสามารถด้านเทคนิคและด้านผลตอบแทนให้แก่รัฐรวมกัน ประเด็นคืออาจจะทำให้เอกชนที่เสนอผลตอบแทนให้รัฐมากที่สุดไม่ชนะก็ได้ เรายังเห็นว่า การตัดสินของที่ประชุมบอร์ดอาจจะส่งผลให้ล่าช้าไปกว่ารอขั้นตอนศาลในปัจจุบันก็เป็นได้ แม้บอร์ดคัดเลือกจะมีอำนาจเต็มในการยกเลิกประกวดราคาเป็นไปตามเอกสาร RFP ได้กำหนดข้อสงวนสิทธิ์ไว้ แต่การล้มประมูลครั้งนี้อาจทำให้เอกชนฟ้องร้องอีกก็เป็นได้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจึงเป็นเรื่องที่วงการธุรกิจรวมถึงประชาชนทั่วไปมีส่วนได้ส่วนเสีย จะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อย่าเพิกเฉยกับพฤติกรรมน่ากังขา สำหรับหน่วยงานรัฐ งานนี้ต้องบอกว่า ช่างกล้า