วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีซีทุ่ม5หมื่นล้านใน3ปี ลุยลงทุนเพิ่มพื้นที่อีอีซี

ธุรกิจเคมีภัณฑ์ในยุคโควิด ดูเหมือนไม่ค่อยสดใสตามกำลังผลิตที่สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจหรือ จีดีพีโลกแต่ปีนี้ คาดการณ์ว่าจีดีพีโลกจะกลับมาฟื้นตัว ธุรกิจกลุ่มเคมีภัณฑ์มีทิศทางและแผนการลงทุนอย่างไร

คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า บริษัท มีแผนที่จะขยายการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมในโครงการต่างๆ เบื้องต้น คาดว่าจะใช้เม็ดเงินลงทุนในอีอีซี อีกประมาณ 3 - 5 หมื่นล้านบาท ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จากก่อนหน้านี้ ได้ลงทุนไปแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท

“การลงทุนในอีอีซี ที่กำลังดูๆอยู่ จะเป็นลักษณะของ Downstream ซึ่งล่าสุด ก็ได้ขยายโรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2 มูลค่าประมาณ 165 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5,198 ล้านบาท ก็ได้เริ่มออกแบบแล้ว ถือเป็นของใหม่ที่ได้ลงทุน และก็อาจจะเห็นผลิตภัณฑ์Downstreamออกมา อาจจะไม่ใช่ การสร้างโรงงานขนาดใหญ่ แต่จะเป็นการต่อยอดให้มีผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น”

สำหรับการลงทุน3โครงการลงทุนในอีอีซี มูลค่ารวมประมาณ 1 แสนล้านบาทนั้น ได้เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ไปแล้ว 2 โครงการ คือโครงการโพรพิลีนออกไซด์ (PO) และโครงการ

โพลีออลส์ (Polyols) เพื่อผลิต PO 2แสนตันต่อปี และผลิตภัณฑ์โพลีออลส์ 1.3 แสนตันต่อปี ส่วนโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต Olefins Reconfiguration Project (ORP) เป็นการขยายกำลังการผลิตเอทิลีน5แสนตันต่อปี และโพรพิลีน 2.5 แสนตันต่อปี จะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือน ก.พ.นี้

อย่างไรก็ตาม กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นจาก 3 โครงการดังกล่าว แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและส่งผลให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลงนั้น แต่บริษัท ก็ยังเดินเครื่องการผลิตเต็มที่ แม้ว่ามาร์จินจะอยู่ในระดับต่ำลงบ้าง แต่เนื่องจากบริษัทมีความสามารถในการบริการจัดการต้นทุนให้อยู่ในระดับต่ำจึงสามารถแข่งขันได้ และทำให้ยังสามารถผลิตได้เต็มที่ ดังนั้น การจะดำเนินโครงการใหม่ๆของบริษัท จะเป็นไปเพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลง หรือไม่ก็ต้องเป็นการต่อยอดเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่มีความน่าสนใจ

161235909477

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2564 PTTGC ได้ดำเนินการลงนามสัญญาออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ การก่อสร้าง (Engineering, Procurement & Construction) โครงการปรับปรุงโรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2 ซึ่งจะทำให้โรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2 ของบริษัท เพื่อให้สามารถใช้โพรเพนเป็นวัตถุดิบในการผลิตได้เพิ่มขึ้น โดยโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ในการเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ปัจจุบัน รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตามแผนงาน คาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2566

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแผนการดำเนินงานในปีนี้ PTTGC ยังอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) ในธุรกิจที่บริษัทยังไม่มีสายการผลิต เช่น โรงงานเม็ดพลาสติก High Performance Product เพื่อให้สามารถขยายตลาดเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นการต่อยอดขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น คาดว่า จะมีความชัดเจนภายในปี 64 โดยบริษัทมองว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจส่งผลให้เห็นภาพการขายธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ราคาไม่แพง จึงเป็นโอกาสที่บริษัท จะทำดีล M&A ในปีนี้

ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในปีนี้ ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ทิศทางราคาน้ำมันดิบ ซึ่ง กลุ่ม ปตท.ประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ ปีนี้จะไม่ต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงความผันผวนทางด้านธุรกิจที่อาจส่งผลต่อราคาผลิตภัณฑ์ ดังนั้น การลงทุนยังต้องระมัดระวังเรื่องกระแสเงินสด และศึกษาแผนลงทุนให้รอบคอบ