แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี
คาดดัชนีฯ อ่อนตัว แนวต้าน 1478 / 1488 จุด แนวรับ 1454 / 1445 จุด แนะนำ เก็งกำไร EA CHAYO JMART ทางเทคนิคยังคงเป็นสัญญาณขาลง โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1454 / 1425 จุด (EMA 50 / 75 วัน) ปัจจัยลบ คือ แรงขายของนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ จากวิตกกองทุน Hedge Fund ขายหุ้น เพื่อชดเชยการขาดทุน จากกระแสเก็งกำไรหุ้น GameStop และผิดหวังประสิทธิภาพวัคซีนของ J&J ที่ต่ำเพียง 66% ส่วนปัจจัยบวก คือ การเริ่มผ่อนคลายมาตรการของศบค. ให้สามารถเปิดบางธุรกิจได้
ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้
1) กระแสวิตกต่อแรงขายของ Hedge Fund เพื่อชดเชยผลขาดทุน คาดส่งผลลบต่อราคาหุ้นระยะสั้นของหุ้นพุ่งแรงช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +135% ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ +45.8% ธนาคาร +40.7% เงินทุนและหลักทรัพย์ +30.2% พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และพลังงานและสาธารณูปโภค +27.6% Vs SET 3 เดือนที่ผ่านมา +22.8%)
2) คาดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวน จากกระแสสังคมและการเมืองที่กดดันให้ทางการเข้ามาควบคุมดูแลกฎเกณฑ์การลงทุนที่มีความเป็นธรรม ทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่
3) รายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ม.ค. ของประเทศพัฒนาแล้ววันนี้ มีความเสี่ยงที่จะออกมาแย่กว่าคาด หลังจากจีนรายงานลดลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (-กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์)
4) Fund Flow เดือน ม.ค. นักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นผู้ขายสุทธิ -7.3 พันล้านบาท หลังจากซื้อสุทธิเดือน พ.ย. - ธ.ค. กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท (-แรงขายหุ้นบลูชิพ ขนาดใหญ่)
ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ รายงานภาคการผลิตเดือน ม.ค. ของ USA Markit คาด 59.1 (Vs เดือน ธ.ค. 57.1), ISM คาด 60 (Vs เดือน ธ.ค. 60.7), EU คาด 54.7 (Vs เดือน ธ.ค. 55.2), UK คาด 52.9 (Vs เดือน ธ.ค. 57.5), Japan คาด 49.7 (Vs เดือน ธ.ค. 50), China Caixin คาด 52.7 (Vs เดือน ธ.ค. 53) / ไทย-Business Confidence เดือน ม.ค. คาด 46 (Vs เดือน ธ.ค. 46.8), ยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. -3.5% YoY (Vs เดือน ต.ค. -6.8% YoY) / USA-สุนทรพจน์ประธานเฟด สาขาแอตแลนต้า และบอสตัน
Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
- ตลาดหุ้นไทยปิดลบเล็กน้อย: ตลาดหุ้นไทยผันผวนสูง โดยร่วงไปต่ำสุดที่ 1455.55 จุด -12.96 จุด ก่อนรีบาวด์ในชั่วโมงสุดท้ายมาปิดที่ 1466.98 จุด -1.53 จุด -0.10% วอลุ่ม 9.58 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ -1.58% พลังงานและสาธารณูปโภค -0.8% แต่กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +6.4% หุ้นบวก >4% KBANK DELTA NDR GLOCON ZIGA PR9 TKS OTO AH THCOM SYNEX STANLY หุ้นร่วง >4% PTTEP IRPC SAMART TIPCO COTTO MGT KWM TSE MDX SGF TACC BAY
- ตลาดหุ้นโลกปิดร่วง: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาร่วงแรง DJ -2.03% (-620.74 จุด) S&P500 -1.93% Nasdaq -2% จากรายงานผลทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีน J&J ที่น่าผิดหวัง (หุ้น J&J ร่วง -3.56%) และความผันผวนในตลาดที่เกิดจากการปั่นหุ้น GameStop ที่วานนี้ปรับขึ้น 67.87% อาจส่งผลให้ Hedge Fund ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ส่วนตลาดหุ้นยุโรปกลับมาปิดลบ DAX -1.71% CAC40 -2.02% FTSE -1.82% วิตกส่งมอบวัคซีนล่าช้า เนื่องจากปัญหาด้านการผลิต และการร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
+/- ตลาดน้ำมันปิดคละ ส่วนทองคำฟื้นตัววันแรกรอบ 5 วันทำการ: ตลาดน้ำมันดิบกลับมาปิดผสมผสาน WTI -51 เซนต์ ปิดที่ USD52.34/บาร์เรล Brent -28 เซนต์ ปิดที่ USD55.53/บาร์เรล เป็นผลจากการกังวลต่อมาตรการล็อกดาวน์และความล่าช้าในการฉีดวัคซีนจะกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันดิบโลก แต่ได้แรงหนุนจากซาอุฯ ลดกำลังการผลิต 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ส่วนตลาดทองคำกลับมาปิดบวกวันแรกรอบ 5 วันทำการ โดยเพิ่มขึ้น USD9.10 ปิดที่ USD1,850.30/ออนซ์ จากการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ
- Fund Flow (25–29 ม.ค.): นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นเอเชีย 6 ชาติ ไม่รวมญี่ปุ่น ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 จานวน-USD10,516mn (Vs สัปดาห์ก่อน –USD409mn) โดยขายทุกตลาด ส่วนตลาดหุ้นไทย ถูกขายต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง -USD443mn Vs สัปดาห์ก่อน -USD119mn
- China: สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงาน PMI ภาคการผลิตเดือน ม.ค. (สำรวจจากบริษัทขนาดใหญ่) ชะลอลงเป็น 51.3 (Vs เดือน ธ.ค. 51.9)
- Germany: 4Q20 GDP Growth ลดลงและใกล้เคียงคาดเป็น +0.1% QoQ (Vs คาด 0% QoQ และ 3Q20 +8.5% QoQ)
+ EU: องค์กรยายุโรปอนุมัติให้วัคซีนต้าน COVID-19 รายที่สาม ของ AstraZeneca ใช้ในกรณีฉุกเฉินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
- J&J: รายงานประสิทธิภาพการผลิตของวัคซีนฯ ได้ต่ำกว่าคู่แข่ง โดยมีประสิทธิภาพเพียง 66%
+ Moderna: แจ้ง FDA ขอเพิ่มจำนวนโดสยาในกล่องบรรจุจาก 10 โดส เป็น 15 โดส เพื่อแก้ปัญหาคอขวดในการจัดส่ง
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: EA SUPER JMART
หุ้นแนะนำเก็งกำไร: EA CHAYO JMART
Derivatives: แนะเปิดสถานะ Short S50H21 หลัง 10:30 น. (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)









