ตลาดหุ้นวานนี้ปรับตัวลงแรงกว่า 29.62 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคและดัชนีดาวโจนส์ที่คืนก่อนหน้าปรับตัวลงราว 2% จากความผิดหวังที่ FED ไม่ได้กล่าวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ประกอบกับ Valuation ของ SET ที่ตึงตัว ทำให้มีแรงขายในกลุ่ม Big Cap. และสลับไปเล่นในกลุ่ม Mid-Small Cap. ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,468.51 จุด -29.62 จุด -1.98% มูลค่าการซื้อขาย 92,614.64 ลบ. ต่างชาติ -2,249.38 TFEX +8,433 สัญญา ตราสารหนี้ -89 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 300.19 จุด +0.99% ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งจำนวนคนว่างงานของสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาด
+Conference Board เผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจศก.ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค.
+นักเศรษฐศาสตร์ธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) คงคาดการณ์ GDP ไทยปี 64 ที่ 3.1%
-ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลดลง 68.17 จุด -1.91%
-ดัชนีนิกเกอิปิดลดลง 437.79 จุด -1.53% เช้านี้ +123.30 จุด ตามดาวโจนส์ฟื้นตัว
ปัจจัยลบ
- ราคาน้ำมัน WTI ลดลง 51 เซนต์ -1% ปิดที่ $52.34 ต่อบาร์เรล กังวลมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศและความล่าช้าในการส่งมอบวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน บดบังปัจจัยบวกจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงเกือบ 10 ล้านบาร์เรล
-สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่ต่ำกว่าคาดในเดือนธ.ค.
-สหรัฐเผย GDP Q4/63 ขยายตัว 4% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 4.3%
-สศค.ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 63 เหลือ -6.5% จากเดิม -7.7% จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางศก.ของไทยโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว แต่ลดเป้าปี 64 โต 2.8% จากเดิม 4.5%
-องค์การอนามัยโลกชี้ยุโรปอยู่ในสภาวะขัดแย้งในตัวเองจากโควิด-19 บางประเทศฉีดวัคซีนแล้วบางประเทศยังมีปัญหาจัดหาวัคซีนได้ไม่เพียงพอและยังต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เข้มงวด
-การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศ
+/- เงินบาทเปิดตลาด ‘แข็งค่า’ที่ 29.98 บาทต่อดอลลาร์ ช่วงนี้เงินบาทไม่ผันผวน เนื่องจากตลาดเน้นเก็งกำไรหุ้นฝั่งสหรัฐมากกว่าฝั่งเอเชีย
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาส Rebound ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานลดลงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังขาดปัจจัยใหม่เข้ากระทบตลาด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,460-1,485 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นที่ได้ผลดีจากนโยบายไบเดน : BGRIM GPSC EA RATCH BCPG
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการเราชนะ : TNP KK CPALL BJC MAKRO
• เปิดขออนุญาตปลูกกัญชงเพื่อการค้า : ICHI CBG OSP SAPPE DOD DDD RBF
หุ้นรายงานพิเศษ
PTTEP
“ซื้อเมื่ออ่อนตัว” Bloomberg Consensus 115 บาท
•รายงานกำไร 4Q63 ที่ 2.5 พันลบ. -78%YoY และ -65%QoQ (ตลาดคาดที่ 4.5 พันลบ.) แม้ว่าประมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นสู่ 381,ooo บาร์เรลต่อวัน +13%QoQ เนื่องจากรายได้โครงคอนแทร็ค 4 กลุ่มพาร์เท็กซ์ และโครงการมาเลเซียมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาจำหน่ายปรับตัวลงตามราคาขายก๊าซฯ ที่อ่อนตัว นอกจากนี้มีผลขาดทุนจากการด้อยค่าและเครื่องมือทางการเงินอีก 3.5 พันลบ. ทั้งนี้บริษัทมีกำไรปี 63 ที่ 22,664 ลบ. -54%YoY โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง
•บริษัทตั้งเป้าหมายปี 64 จะมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 375,000 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 6% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากเริ่มผลิตในโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ และโครงการมาเลเซีย-แปลงเอช และตั้งเป้ารักษาต้นทุนต่อหน่วยได้ที่ประมาณ 29-30 ดอลลาร์สรอ.ต่อบาร์เรล
•ความเห็นเราคาดว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วโดยจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องใน 1Q64 ที่ปริมาณการผลิตปรับตัวขึ้นและราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ทั้งนี้บริษัทประกาศปันผลในอัตรา 2.75 บ./หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD 1 มี.ค. จึงแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว เนื่องจากราคาในปัจจุบันใกล้ราคา Consensus
หุ้นมีข่าว
(+) BAM (Bloomberg Consensus 25.00 บาท) แบมบันทึก DTA กว่า 4 พันล้านบาท เข้าเป็นกำไรสะสมไตรมาส 4/63 นี้ เล็งนำมาจ่ายปันผลงวดปี 63 ด้านผู้บริหารมั่นใจไตรมาส 4 ฟื้นตัว จากการขายทรัพย์สินขนาดกลางและใหญ่ โบรกฯ คาดกำไรสุทธิ 1.1 พันล้าน เพิ่มขึ้น 257.6% จากไตรมาสก่อน ส่วนปีนี้คาดกาไรพุ่ง 60% ราคาเป้าหมาย 26 บาท (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) PR9 (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 10.60 บาท) คาดรายได้รวมปี 64 โตกว่าปี 62 ที่มีรายได้รวม 2,889 ล้านบาท รับอานิสงส์การขยายตัวและการรับรู้รายได้เต็มปีของคนไข้ในตึกใหม่ (B) พร้อมหวังเปิดน่านฟ้ารับคนไข้ต่างชาติเต็มที่ ส่วนผลงานไตรมาส 4/63 ฟื้น! รับฐานคนไข้กลับมาสู่ภาวะปกติ (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) NDR (Bloomberg Consensus -บาท) รุกเจาะฐานคนขับดิลิเวอรี่ ตั้งเป้ายอดขายใกล้เคียงปี 62 ที่ 861.87 ล้านบาท บอสใหญ่ "ชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา" ขอโฟกัสต้นทุน แย้มกำลังการผลิต 70-85% เพียงพอ พร้อมส่งสัญญาณลาว-กัมพูชายอดขายโตเด่น ลุยปั๊มสัดส่วนส่งออกแตะ 55-60% (ที่มา ทันหุ้น)
(+) JKN (Bloomberg Consensus 12.50 บาท) เล็งจบดีลทำรายการซื้อขายหุ้น "เจเคเอ็น โกลบอล ลิฟวิ่ง เน็ทเวิร์ค" แล้วเสร็จปลาย มี.ค. 2564 เดินหน้ารุกจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ความงาม พร้อมวางงบลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์เบื้องต้นราว 49 ล้านบาท ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจแตะ 30% ส่วนธุรกิจลิขสิทธิ์คอนเทนต์ปี 2564 เติบโตสูง ทั้งรายได้และมาร์จิ้น ดันผลงานปี 2564 โต 10% จากปีก่อน (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
29 ม.ค. ศบค.ชุดใหญ่ประชุมหารือคลายล็อกดาวน์
ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย
3 ก.พ. ประชุมกนง.นัดแรก
16-18 ก.พ. อภิปรายไม่ไว้วางใจ
20 ก.พ. ลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ต่างประเทศ
29 ม.ค. สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนธ.ค. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
31 ม.ค. จีน เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนม.ค. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนม.ค.









