'สิงคโปร์'เนื้อหอม-บ.ไฮเทคโลกแห่ตั้งฐานแต่ปัญหาหนึ่งของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั้งหลายคือการแข่งกันหาผู้มีทักษะ ความสามารถให้ตรงกับลักษณะงาน
หลายปีมานี้ สิงคโปร์เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับบริษัทข้ามชาติและธนาคารที่ต้องการขยายเครือข่ายธุรกิจ แต่เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกมากขึ้นตัดสินใจเข้ามาตั้งศูนย์กลางระดับภูมิภาคในประเทศที่พวกเขามองว่าเป็นกลางมากที่สุดท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ
บริษัทรับสมัครงานและบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง ระบุตรงกันว่า ปัญหาหนึ่งสำหรับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั้งหลายคือการแข่งกันหาผู้มีทักษะ ความสามารถให้ตรงกับลักษณะงานแม้ว่ารัฐบาลพยายามจะรักษาตำแหน่งงานต่างๆเอาไว้ พร้อมทั้งเปิดกว้างรับแรงงานต่างชาติ
มีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่มีแผนเข้าไปตั้งสำนักงานในสิงคโปร์หลายแห่ง เริ่มจากไบท์แดนซ์ เจ้าของแอพฯติ๊กต่อก ที่มีแผนลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์และรับสมัครพนักงานหลายร้อยคนในสิงคโปร์ที่บริษัทเลือกเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามมาด้วย ซูฒ วิดีโอ คอมมิวนิเคชันส์ อิงค์ ที่ประกาศเมื่อปีที่แล้วว่ามีแผนขยายเครือข่ายในสิงคโปร์ด้วยการเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา(อาร์แอนด์ดี) พร้อมทั้งจ้างงานวิศวกรประจำฝ่ายผลิตใหม่หลายร้อยตำแหน่ง ทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถศูนย์ข้อมูลในสิงคโปร์สองเท่า
ส่วนเทนเซนต์ โฮลดิง จำกัด ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเกมสัญชาติจีน ระบุว่า จะพัฒนาศูนย์กลางประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเปิดสำนักงานแห่งใหม่ในสิงคโปร์ ส่วนเฟซบุ๊ค อิงค์ กำลังตั้งทีมงานวิศวกรในสิงคโปร์เพื่อดูแลธุรกิจโฆษณาในจีนของบริษัท ด้านอาลีบาบา เจ้าของลาซาดาซื้อหุ้น 50% ในสำนักงานสิงคโปร์ มูลค่า 1.68 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่แอนท์ กรุ๊ป หน่วยงานในเครืออาลีบาบาได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารค้าส่งดิจิทัลจากธนาคารกลางสิงคโปร์
ขณะที่ทวิตเตอร์ กำลังตั้งศูนย์วิศวกรรมเอเชีย-แปซิฟิกแห่งแรกในสิงคโปร์ พร้อมทั้งว่าจ้างเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิก 65 คน ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ดูแลด้านผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ วิศวกรรมข้อมูลและนักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูล
การแห่เข้ามาตั้งฐานดำเนินงานในสิงคโปร์ ของบรรดาบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำโลก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานมีทักษะความชำนาญด้านเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ รวมทั้งวิศวกรคอมพิวเตอร์ ด้วยเหตุนี้ “เซียว หยูกวง” ที่มีดีกรีวิศวกรซอฟต์แวร์ จึงเป็นที่หมายปองของเหล่าบริษัทจัดหางาน ตอนนี้อย่างน้อยที่สุดก็มีบริษัทจัดหางานมาทาบทามเขาให้ไปทำงานด้วย3รายแล้ว แต่เซียวตัดสินใจร่วมงานกับไบท์แดนซ์หลังจากทำงานอยู่กับแกร๊บมานานหลายปี
เทนเซนต์ ไบท์แดนซ์ บริษัทสัญชาติจีน ซูม วิดีโอ คอมมิวนิเคชันส์ ของสหรัฐ แกร๊บ และซี จำกัด อยู่ในกลุ่มบริษัทที่กำลังขยายตัวในสิงคโปร์ ทำให้เกิดสงครามการล่าพนักงานที่มีความสามารถและความชำนาญกันอย่างเข้มข้นในดินแดนแห่งนี้ ซึ่งอัตราว่างงานทะยานสูงสุดในรอบ16ปีเพราะภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19
มีบริษัทจำนวนมากกำลังเพิ่มกำลังการผลิตและพยายามว่าจ้างนักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมากแต่จำนวนนักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูลกลับมีน้อยมากจึงทำให้แผนขยายธุรกิจของหลายบริษัทชลอออกไป"เล่ย เซียน-เซียน หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ) สภาหอการค้าอเมริกันในสิงคโปร์ กล่าว
โนดแฟร์ เว็บไซต์รับสมัครงาน ที่เคยช่วยไบท์แดนซ์และซีหาบุคคลากรให้กับตำแหน่งงานที่เหมาะสม ระบุว่า มีการโพสต์รับสมัครงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆมากถึง 500 ตำแหน่งในแต่ละสัปดาห์
“วิเวียน บาลาคริสนัน” รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวเมื่อเดือนมิ.ย.ว่า อุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคมจำเป็นต้องใช้บุคคลากรเพิ่มอีก 60,000 คนในระยะ3ปีข้างหน้า ขณะที่ีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสื่อสารของสิงคโปร์ ระบุไว้เมื่อกลางเดือนก.ย.ปีที่แล้วว่า มีการโพสต์รับสมัครงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจำนวนเกือบ 1 หมื่นคนในเว็บไซต์รับสมัครงานของทางการและมีผู้เข้ารับการอบรมอีก 6,800 คนที่เข้ารับการเสริมความรู้ ความชำนาญด้านเทคโนโลยีจนถึงเดือนมิ.ย.ปีนี้
บริษัทรับสมัครงานบางแห่งระบุว่า การปิดพรมแดนเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19และคุมเข้มเกี่ยวกับนโยบายรับคนงานต่างชาติ ทำให้การจ้างงานชาวต่างชาติชลอออกไป และยิ่งทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานรุนแรงขึ้น และด้วยสถานการณ์แบบนี้ ทำให้ผู้มีความชำนาญด้านเทคโนโลยีสามารถต่อรองเพื่อเรียกค่าจ้างแรงงานจากที่ทำงานใหม่ได้เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อต้องเปลี่ยนงาน
“นี่เป็นแค่สถานการณ์ชั่วคราว ”ดาลจิต แซลล์ จากแรนสแตด บริษัทรับสมัครงานให้ความเห็น พร้อมทั้งเสริมว่า ทันทีที่มีการเปิดพรมแดนเกิดขึ้น สถานการณ์ขาดแคลนแรงงานจะบรรเทาลง
ที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์ได้ฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะความชำนาญด้านไอที และเทคโนโลยีแก่ประชาชาชนหลายพันคน ขณะที่การเรียนวิชาเกี่ยวกับไอทีในสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 17% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเป็นประมาณ 7,600 คนสำหรับปีการศึกษา 2563
เศรษฐกิจแบบเปิดของสิงคโปร์ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงบรรดาสายการบินและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว แต่หากใครปรับตัวทัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะไม่หนักหนาสาหัสมากนัก เหมือนอย่างเช่น อัลลอยซิอุส ลี พนักงานให้บริการบนเครื่องบิน ที่บอกว่า ขอบคุณพระเจ้าที่เขาตัดสินใจศึกษาเพิ่มเติมด้านการวิเคราะห์ข้อมูล
“ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดี เพราะใช้เวลาช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเรียนรู้และฝึกทักษะความชำนาญใหม่ๆ”ลี กล่าว









