วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TRUEขายหุ้นกู้2หมื่นล้าน หวังนำเงินชำระคืนหนี้

TRUEเตรียมขายหุ้นกู้ 2 หมื่นล้าน  จำนวน 4 ชุด  ดอกเบี้ย 3.30-4.50%  วันที่  8-10 ก.พ.นี้  หวังนำเงิน ชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในไตรมาส 1 ปีนี้-ชำระค่าไลเซ่นคลื่นความถี่ 

บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ขายหุ้นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ มูลค่าเสนอขายไม่เกิน 15,000 ล้านบาท และมีหุ้นกู้สำรองอีก 5,000 ล้านบาท รวมเสนอขายไม่เกิน 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 ชุด ชุดละไม่เกิน 8,000 ล้านบาท ซึ่งหุ้นกู้มีอันดับความน่าเชื่อถือ (เรทติ้ง)อยู่ที่ BBB+

ทั้งนี้หุ้นกู้ชุดที่ 1 มีอายุ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.30% ต่อปี ,หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.85% ต่อปี, หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 4 ปี 9 เดือน ดอกเบี้ยคงที่ 4.20% ต่อปีและ หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 5 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน

สำหรับหุ้นกู้ดังกล่าวจะเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป วันที่ 8-10 ก.พ.2564 โดยมี ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

ส่วนเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ 20,000 ล้าบาท จะนำไปชำระคืนหนี้หุ้นกู้ที่ครบกำหนดของบริษัทและบริษัทย่อย แบ่งเป็น   หู้นกู้ที่ครบกำหนดในเดือนม.ค.2564 จำนวน 5,450 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะใช้เงินทุนหมุนเวียนในการไถ่ถอนหุ้นกู้ในวันครบกำหนดไปก่อน, ชำระคืนห้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือนก.พ. จำนวน 5,337 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในเดือนมี.ค.มูลค่า 1,630 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้ชำระหนี้ภายใต้ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ ไม่เกิน 7,583 ล้านบาทภายในเดือนมี.ค.

ทั้งนี้บริษัท ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของ TRUE ที่ระดับ “BBB+” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่า TRUE จะยังคงรักษาความแข็งแกร่งของสถานะทางการตลาดและจะ มีผลการดำเนินงานที่ดีในกลุ่มธุรกิจหลักซึ่งได้แก่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งยังคาดหวังว่าบริษัทจะได้รับการ สนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์และ China Mobile อย่างต่อเนื่องต่อไปซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนคุณภาพเครดิตของบริษัท 

ส่วนปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง หากผลการดำเนินงานของ TRUE อ่อนแอลง ส่'ผลให้อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินต่ำกว่า 5% เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง นอกจากนี้ อันดับเครดิตอาจได้รับแรงกดดันในทางลบหากความคืบหน้าข้อพิพาททำงกฎหมายมีพัฒนาการเพิ่มเติมและส่งผลกระทบทำงลบอย่ำงมีนัยสำคัญต่อสถานะทางการเงินของบริษัท ในขณะที่ โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของบริษัทมีจำกัดในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้าเมื่อพิจารณาจากฐานะการเงินของTRUE ในปัจจุบันซึ่งมีภาระหนี้สูง อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นได้หากบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับลดภาระหนี้สินทางการเงินลงได้ในขณะเดียวกัน