วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อุตสาหกรรมกองทุนปี63 AUM วูบ 6.5%

มอร์นิ่งสตาร์ เผยอุตสาหกรรมกองทุนปี63 มูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 5ล้านล้านบาท ลดลง6.5% เฉพาะกองทุนรวม อยู่ที่ 4 ล้านล้านบาท ลดลง 7.3% เหตุโควิด-19 กดดันเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว เงินไหลออกจากหุ้นไทยไปลงทุนต่างประเทศและผลกระทบปิดกองทุนตราสารหนี้ช่วงต้นปี

นางสาวชญานี จึงมานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ซ(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในไตรมาสสุดท้ายสถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลกยังไม่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลายประเทศยังมีผู้ติดเชื้อรายวันที่สูง ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 30 ล้านคนในช่วงกันยายนมาที่ระดับ 80 ล้านคนภายในระยะ 3 เดือน จึงทำให้หลายประเทศยังต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น จึงยังส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก ประเทศไทยเกิดการระบาดระลอกใหม่ที่ทำให้ทุกภาคส่วนต้องมีการเฝ้าระวัง รวมทั้งยังส่งผลต่อภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นในไตรมาสสุดท้ายสู่ระดับ 1,400 จุด (SET TR 3 เดือน = 17.4%) แต่โดยรวมยังไม่ส่งผลบวกต่อกองทุนรวมมากนัก เห็นได้จากกองทุนหุ้นไทยยังมีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่อง รวมทั้งนักลงทุนยังให้ความสนใจกับกองทุนหุ้นต่างประเทศมากกว่า และกองทุนตราสารหนี้โดยรวมยังเห็นผลกระทบจากกองทุนที่ปิดไปในช่วงต้นปี

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของอุตสาหกรรมกองทุนไทย ณ สิ้นปี 2563 อยู่ที่ 5.0 ล้านล้านบาท ลดลง 6.5% จากสิ้นปี 2562 ส่วนมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุนรวมไทย (เฉพาะกองทุนเปิด ไม่รวมกองทุนปิด, ETF, REIT, Infrastructure fund)อยู่ที่ 4.0 ล้านล้านบาท ลดลง  7.3%

โดยมีเงินไหลออกสุทธิทั้งปีรวมทั้งสิ้น 2.8 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามยังเป็นการเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า 1.5% โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิ 7.7 หมื่นล้านบาท

กองทุนรวมตราสารทุนมีการเติบโตเล็กน้อยจากปี 2563  หรือเพิ่มขึ้น 1.8% ไปอยู่ที่ 1.3 ล้านล้านบาท จากเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 7.7 หมื่นล้านบาท กองทุนรวมที่ลงทุนในประเทศซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของอุตสาหกรรมมีการฟื้นตัวที่ช้า ปัจจัยการแพร่ระบาด COVID-19 ยังเป็นแรงกดดันต่อสภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวม ในขณะที่การลงทุนต่างประเทศอาจมีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจนกว่าโดยเฉพาะการลงทุนหุ้นต่างประเทศเช่น กลุ่ม China Equity หรือ Global Equity

กองทุนเพื่อการออม (SSF) และกองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 2.2 หมื่นล้านบาท(กองทุน SSFX มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563  รวม 1.1 หมื่นล้านบาท)

โดยกองทุนกลุ่มEquity Large-Cap เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวมสูงสุดที่ 9 พันล้านบาท กองทุน RMF มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกลับขึ้นมาในระดับ 3 แสนล้านบาทได้อีกครั้งหลังจากที่ปรับตัวลงไปในช่วงกลางปี โดยเพิ่มขึ้น 8.5% จากปี 2562 ด้านทิศทางเม็ดเงินกองทุน RMF ในปีนี้ถือว่ามีเงินไหลเข้าในไตรมาสสุดท้ายที่สูงกว่าทุกปี