ศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวลงกว่า 16.85 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้น DELTA และกลุ่มโรงไฟฟ้าที่เผชิญแรงขายทำกำไรหลังจากปรับขึ้นมาแรงก่อนหน้านี้
ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวกสลับลบ เนื่องจากยังไร้ปัจจัยใหม่เข้าหนุน โดยดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,519.13 จุด -16.85 จุด -1.10% มูลค่าการซื้อขาย 99,902 ลบ. ต่างชาติ -575.91 ลบ. TFEX +1,703 สัญญา ตราสารหนี้ +415 ลบ. ขณะที่ทั้งสัปดาห์ดัชนีปรับตัวลดลง 17.31 จุด หรือ -1.1%
ปัจจัยบวก
+จีนเผยยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 6.6%YoY ในเดือนธ.ค.
+FED เปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนธ.ค.
+โกลด์แมนแซคส์ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP สหรัฐปีนี้ หลังไบเดนประกาศแผนกระตุ้นศก.
+/-สหรัฐเผยดัชนี PPI เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนธ.ค.
+/- เงินบาทเปิด 30.09 อ่อนค่าตามตลาดโลกหลังดอลล์แข็ง ตลาดจับตาการเมืองในสหรัฐฯ
+ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดเพิ่มขึ้น 0.47 จุด +0.013%
-ดัชนีนิกเกอิปิดลดลง 179.08 จุด -0.62% เช้าเปิดลบ 280.5 จุด จากแรงขายทำกำไร
ปัจจัยลบ
-ดัชนีดาวโจนส์ปิด -177.26 จุด -0.57% ถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐร่วงลงหลังเปิดเผยผลประกอบการ และกังวลว่าแผนกระตุ้นศก. อาจส่งผลให้ปรับขึ้นภาษีนิติบุคคล ในรอบสัปดาห์ DJIA-0.9%
-ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดร่วงลง 1.21 ดอลลาร์ -2.3% ปิดที่ 52.36 ดอลลาร์/บาร์เรล ถูกกดดันจากแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลง ขณะที่มีการล็อกดาวน์ในประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้น ในรอบสัปดาห์ WTI +0.2%
-นักวิเคราะห์เจพีมอร์แกนเตือนว่าตลาดหุ้นเอเชียเสี่ยง Fund Flow ไหลออก ตลาดหุ้นจีนถูกกระทบกลุ่มแรก
-ทั่วโลกติดเชื้อโควิดทะลุ 95,000,000 ราย ตายกว่า 2,000,000 ราย จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ภายในประเทศรายใหม่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่วัคซีน
-สหรัฐเผยยอดค้าปลีกลดลงเดือนที่ 3 ในธ.ค.
-ธปท.อาจทบทวน GDP ใหม่รับโควิดระลอกใหม่ระบาดเร็วกว่าแต่อาการไม่รุนแรงเท่าการระบาดรอบแรกและยังมีความแน่นอนสูง
-การใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 64 คิดเป็น 27.56% ต่ากว่าเป้าหมายว่าจะต้องเบิกจ่ายให้ได้เกิน 30% เล็กน้อย
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน จากนักลงทุนสถาบันมีโอกาสปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อเตรียมเงินซื้อหุ้น OR ประกอบกับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงาน หลัง WTI ปรับตัวลงแรง คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,535 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นได้ประโยชน์จากการ Work from home : ADVANC DTAC TRUE JAS COM7 SIS SYNEX VCOM IIG AS YGG
• Defensive และได้ผลดีจากนโยบายไบเดน : BGRIM GPSC
• Laggard play : ADVANC INTUCH BBL
• Value play : STANLY IRC TSC JUBILE XO BIZ SKN LALIN HARN
• หุ้นเด่น IAA : ADVANC BDMS CPALL KBANK PTTGC
หุ้นรายงานพิเศษ
JAK ราคา IPO 1.45 บาท
ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในชลบุรี : ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โครงการมีราคาขาย 1-5 ลบ. ขนาดเนื้อที่โครงการไม่เกิน 100 ไร่ ลักษณะโครงการได้แก่ ทาวน์เฮ้าส์ 35% อาคารพาณิชย์ 29% บ้านเดี่ยว 7% บ้านแฝด 6% และคอนโดมิเนียมภายใต้การดาเนินงานของบริษัทร่วม 23% ณ 30 ก.ย. 63 มีโครงการระหว่างพัฒนาเพื่อขาย 2 โครงการ ได้แก่ จักรไพศาล 18 และเฟิร์น เฟส 1 และโครงการในอนาคตที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีก 3 โครงการ มีบริษัทร่วมถือหุ้น 40%คือ บจ.เอ็ม.ที.เอส พัฒนาสินทรัพย์ (MTS) ผู้พัฒนาโครงการไอดิลล์ในจ.ชลบุรี
คาดผลประกอบการปี 2563 หดตัวและพลิกเติบโตสูงในปี 2564 : คาดรายได้ปี 2563 ราว 85 ลบ. -45%YoY และกำไรราว 16 ล้านบาท -52%YoY EPS 0.051 บาท (9M63 มีกำไรสุทธิ 12.7 ล้านบาท คิดเป็น 78% ของประมาณการทั้งปี) ในปี 2564 จะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการเฟิร์นเฟสสองราวไตรมาสแรก ใน 2Q64 คาดจะเริ่มโอนโครงการ CANNA และเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Peony & Pine ราว 4Q64 ประมาณการรายได้ราว 271 ล้านบาท +219%YoY และคาดกาไรสุทธิ ราว 72 ล้านบาท +342%YoY คิดเป็น EPS 0.225 บาท
ประเมินราคาเหมาะสม 2.48 บาทต่อหุ้น : การประเมินราคาเหมาะสมอิง Prospective PER ที่ระดับ 11 เท่าซึ่งต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ระดับ 18 เท่า ได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 2.48 บาท สำหรับปี 2564 (ราคา IPO คิดเป็น P/E ratio 30.87 เท่า)
หุ้นมีข่าว
(+) RBF Bloomberg Consensus - บาท) ปักธงปี 64 กวาดรายได้รวมโต 10-12% จากปี 63 หลังออเดอร์ลูกค้ายังไหลลื่น-โรงงานทุกแห่งยังเดินเครื่องผลิตตามปกติ ลั่นการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ยังไม่กระทบกับการดาเนินงาน ส่วนผลงานปี 63 ยันตามนัดรายได้โต 10-12% (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) EPG (Bloomberg Consensus 7.98 บาท) มั่นใจผลงานไตรมาส 3-4 ดีต่อเนื่อง หลังออเดอร์ Aeroklas-TJM-PP ขยายตัว แม้ Aeroflex จะชะลอตัว เหตุเข้าช่วงโลว์ซีซั่น ขณะที่ยอดขายปี 63/64 64) ยังคงเป้าลดลง 10-11% จากเดิมคาดลดลง 12% ลั่นโควิด-19 ระลอกใหม่ไม่กระทบ พร้อมเดินเครื่องจักรเต็มที่-ลูกค้าไม่ยกเลิกออเดอร์ (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) PTG (Bloomberg Consensus 22.10 บาท) เผยปั๊มน้ำมันยังเปิดปกติ แม้ปริมาณขายน้ำมันจะชะลอตัวเล็กน้อยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่ยังคงเป้าปริมาณการขายน้ำมันทั้งปี 2564 ยังเติบโตที่ 8-12% พร้อมเดินหน้าการลงทุนตามแผนด้วยงบกว่า 4,000-5,000 ล้านบาท ด้านนักวิเคราะห์ คาดกำไรปกติปี 2564 โตแรง จากค่าการตลาดที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.90-2 บาทต่อลิตร เคาะเป้าหมาย 22 บาท มีอัพไซด์ 32.5% (ที่มา ทันหุ้น)
(+) MTC (Bloomberg Consensus 66.68 บาท) ปักเป้าปี 2564 พอร์ตสินเชื่อโต 20-25% หนุนจากผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายสาขาเพิ่มอีก 600 สาขา รุกเข้าตำบล-อำเภอขยายฐานลูกค้า เน้นบริหารต้นทุนทางการเงินในระดับต่ำเล็งออกหุ้นกู้ทั้งปี 15,000 ล้านบาท คุม NPL ไม่เกิน 1% จับตาสถานการณ์โควิด-19 มาตรการภาครัฐใกล้ชิด ด้านนักวิเคราะห์คาดกำไรทั้งปี 2564 โตต่อ 16% จากปีก่อน ชูพื้นฐาน 80 บาท (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
ภายใน 21 ม.ค. หุ้นธนาคารส่งงบการเงินประจำปี 63
คาดการณ์วันส่งงบ : 18 ม.ค. TISCO 20 ม.ค. LHFG 21 ม.ค. SCB BBL BFIT CIMBT KBANK KTB 22 ม.ค. BAY
สัปดาห์ที่ 2 สภาผู้ส่งออกแถลงสถานการณ์การส่งออก
สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า
สัปดาห์ที่ 4 สศอ. แถลงดัชนีอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ต่างประเทศ
18 ม.ค. จีน เปิดเผย GDP 4Q63 การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีกและอัตราว่างงาน
ญี่ปุ่น เปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.
19 ม.ค. อียูเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ20 ม.ค.ธนาคารกลางจีนกำหนดอัตราดบ.เงินกู้ LPR
อียู เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค.
สหรัฐจัดพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของว่าที่ปธน.สหรัฐของนายโจ ไบเดน และเปิดเผยดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย
21 ม.ค. ญี่ปุ่นเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค.
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงิน
สหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเดือนม.ค. และตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนธ.ค.









