วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.ทางตันปมรถไฟฟ้า'สายสีเขียว' ชงรัฐบาลหาทางออกต่อสัมปทาน

ลุ้น กทม.ขยายเวลานั่งรถไฟฟ้า “บีทีเอส” ส่วนต่อขยายฟรีหลัง 15 ม.ค.ถกทางออกสัมปทาน 3 แนวทาง ประมูลใหม่ จ้างบีทีเอสเดินรถ ชี้ต่อสัมปทานเหมาะสุด เอกชนจ่ายส่วนแบ่งค่าเดินรถ 2 แสนล้านบาท หลัง กทม.มีข้อจำกัดกระแสเงินสด “บีทีเอส” รอผู้ว่าฯเคาะค่าโดยสาร

การเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวครบสมบูรณ์หลังจากเปิดให้บริการส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต–สะพานใหม่-คูคต เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2563 โดยกรุงเทพมหานครกำหนดให้ส่วนต่อขยายนี้ให้บริการฟรีถึงวันที่ 15 ม.ค.2564 ท่ามกลางความยืดเยื้อของการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวระหว่างกรุงเทพมหานครและบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการ รถไฟฟ้าบีทีเอส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 15 ม.ค.นี้ จะเป็นวันสุดท้ายที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะกำหนดให้ประชาชนใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายด้านใต้ แบริ่ง-สมุทรปราการ และด้านเหนือ หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยไม่เสียค่าโดยสาร

ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เคยออกมาระบุว่า สำหรับกรณีเรื่องค่าโดยสารนั้นอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จะเก็บค่าโดยสารตามระยะทางทั้งโครงข่ายตลอดเส้นทางทั้ง 59 สถานี รวมระยะทาง 68 กิโลเมตร โดยเก็บค่าโดยสารอยู่ที่ 15-65 บาทเป็นเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว ส่วนค่าจ้างเดินรถที่ค้างชำระกับเอกชนล่าสุดวงเงินอยู่ที่ 8,600 ล้านบาท จะเร่งหารือกับรัฐบาลร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นอกจากนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ยังเคยให้สัมภาษณ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในระหว่างเป็นประธานเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต) เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2563 ว่า กรุงเทพมหานคร จะหารือร่วมกับ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) สำนักการจราจรและขนส่ง และบีทีเอสเพื่อหาข้อสรุปรายละเอียดการเก็บค่าโดยสารตามระยะทางว่าจะเก็บอัตราใด ซึ่งเบื้องต้นยืนยันว่าจะเก็บอัตราสูงสุดไม่เกิน 65 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาผลการศึกษาที่กำหนด 158 บาท เพื่อไม่สร้างภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

“เรายืนยันที่จะเก็บสูงสุดไม่เกิน 65 บาทตามที่เคยหารือกับบีทีเอสไว้ จะไม่ยอมให้เก็บถึง 158 บาท ซึ่งยอมรับว่าขาดทุนแน่ แต่กทม.จะรับผิดชอบเอง เพราะไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อน แต่ในช่วงแรกของการเปิดให้บริการนี้ จะเปิดให้ประชาชนนั่งฟรีถึงวันที่15 ม.ค.2564” พล.ต.อ.อัศวิน ระบุ

161002646263

แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครและบีทีเอสได้มีการหารือเกี่ยวกับการกำหนดค่าโดยสารส่วนต่อขยาย ซึ่งกรุงเทพมหานครให้บีทีเอสเสนอแนวทางภายใต้สมมติฐานค่าโดยสารและรายได้แบบต่างๆ โดยให้พิจารณาค่าโดยสารส่วนต่อขยายทั้งช่วงหมอดชิต-คูคต และช่วงอ่อนนุช-เคหะสมุทรปราการ

ในขณะความคืบหน้าการต่อสัญญาสัมปทานสายสีเขียงนั้น กระทรวงมหาดไทยได้ตอบคำถามที่กระทรวงคมนาคมตั้งข้อสังเกตใน ครม.เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 รวม 4 ข้อ ให้กับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แล้ว เพื่อเป็นความเห็นประกอบการพิจารณาของ ครม. โดยข้อสังเกตทั้ง 4 ข้อ ประกอบด้วย1.ความครบถ้วนตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2.ค่าโดยสารที่เหมาะสมเป็นธรรมแก่ผู้ใช้บริการ 3.การใช้สินทรัพย์ของรัฐที่รับโอนจากเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด 4.ข้อพิพาททางกฎหมายและการร้องเรียน

นอกจากนี้ ได้มีการหารือเพื่อพิจารณาทางเลือกในการแก้ปัญหาการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่มีการยืดเยื้อมานาน โดยมีการพิจารณา 3 แนวทาง คือ 

1.กรุงเทพมหานคร ประมูลหาผู้รับสัมปทานใหม่ ก่อนสิ้นสุดสัญญาปี 2572 ซึ่งมีข้อดีที่กรุงเทพมหานครสามารถกำหนดค่าโดยสารถูกลงได้ โดยกำหนดเงื่อนไขค่าโดยสารไว้ในการประมูลปี 2562-2572 แต่กรุงเทพมหานครจะต้องมีกระแสเงินสดเพียงพอเพื่อดำเนินการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ปีละ 1,300 ล้านบาท รวมถึงค่าชดเชยขาดทุนในการให้บริการส่วนต่อขยายปีละ 1,500 ล้านบาท และค่างานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 20,000 ล้านบาท และค่าชดเชยกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท (BTSGIF) 20,000 ล้านบาท

2.กรุงเทพมหานครจ้างบีทีเอสเดินรถทั้งเส้นทางถึงปี 2585 ซึ่งมีข้อดีที่ค่าโดยสารเป็นของกรุงเทพมหานครและทำให้ตั้งค่าโดยสารถูกลงได้ และไม่มีข้อพิพาทกับบีทีเอส โดยกรุงเทพมหานครจะต้องมีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับค่าดอกเบี้ยเงินกู้ปีละ 1,300 ล้านบาท ค่าชดเชยการขาดทุนปีละ 1,500 ล้านบาท

3.กรุงเทพมหานคร ขยายสัมปทานให้บีทีเอสรวม 30 ปี (2572-2602) ซึ่งการพิจารณาประเด็นมาจากการที่กรุงเทพมหานครมีข้อจำกัดกระแสเงินสดและไม่ได้การช่วยเหลือจากรัฐบาลทำให้ไม่สามารถเลือกทางออกที่ 1-2 ได้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยมีเงื่อนไขในการขยายสัมปทานที่เจรจาต่อรองกับบีทีเอสต้องแบ่งค่าโดยสารให้กรุงเทพมหานครตลอดสัญญาสัมปทานที่ต่ออายุรวม 200,000 ล้านบาท และแบ่งรายได้เพิ่มให้กรุงเทพมหานครหากบีทีเอสได้ผลตอบแทนเกิน 9.6%

รวมทั้งมีเงื่อนไขให้บีทีเอสรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้แทนกรุงเทพมหานครในปี 2562-2572 รวม 1,300 ล้านบาท และรับภาระชดเชยการขาดทุนปีละ 1,500 ล้านบาท และมีเงื่อนไขด้านค่าโดยสาร 15-65 บาท ลดลงจากเดิมที่มีค่าโดยสารเดิมสูงสุด 158 บาท

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บีทีเอสพร้อมดำเนินการตามกรุงเทพมหานครหากจะให้ผู้โดยสารนั่งใช้บริการส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ฟรีต่อไปอีกหลังครบกำหนดวันที่ 16 ม.ค.นี้ แต่ขณะนี้กรุงเทพมหานครยังไม่ได้แจ้งให้บีทีเอสทราบอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ การกำหนดค่าโดยสารส่วนต่อขยายหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งที่ผ่านมาบีทีเอสได้ยื่นข้อเสนอการต่ออายุสัมปทานภายใต้ค่าโดยสาร 15-65 บาท ในขณะที่ต้นทุนดำเนินการค่าโดยสารตลอดสายอยู่ที่ 158 บาท โดยบีทีเอสจะรับผลขาดทุนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณเพื่อพิจารณาต่อสัญญาสัมปทาน

ส่วนการปรับเปลี่ยนค่าโดยสารจะต้องใช้เวลาในการปรับระบบตั๋ว 3-4 วัน รวมทั้งที่ผ่านมาเมื่อเปลี่ยนค่าโดยสารบีทีเอสจะใช้เวลาประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้า 30 วัน ตามข้อกำหนดของสัมปทาน แต่ส่วนต่อขยายขึ้นกับกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดนี้

นอกจากนี้ บีทีเอสได้ติดตามความคืบหน้าการพิจารณาต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรุงเทพมหานครยังไม่ได้แจ้งความคืบหน้าหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้กระทรวงมหาดไทยต้องตอบคำถามข้อสังเกตของกระทรวงคมนาคม