บีซีพีจี ตั้งบริษัทย่อย “จุฬาดิสทริคท์คูลลิ่ง” เดินหน้าธุรกิจใหม่เต็มสูบ รุกติดตั้งระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลางให้กับจุฬาฯ รับรู้รายได้ปลายปี 65 พร้อมเล็งโอกาสขยายเจาะตลาดอาเซียน
นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัท จุฬาดิสทริคท์คูลลิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนเพื่อประกอบธุรกิจติดตั้งและบริหารจัดการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling) ให้แก่ อาคารต่างๆ ภายในโครงการ “เมืองจุฬาฯ อัจฉริยะ” (Chula Smart City) ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ สวนหลวง-สามย่าน ซึ่งบริษัทฯ ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในช่วงปลายปี 2564 และเริ่มรับรู้รายได้ในปลายปี 2565
สำหรับระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง (Cooling Load) 18,000 ตันความเย็น (Refrigeration Tons /RT)) ให้บริการพื้นที่โดยรอบโครงการฯ ครอบคลุมอาคารสำนักงาน ร้านค้าปลีกและที่อยู่อาศัย คาดว่าจะดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2570
โดยการพัฒนาพื้นที่เขตพาณิชย์สวนหลวง-สามย่านดังกล่าว ถือเป็นโครงการต้นแบบด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและ สิ่งแวดล้อม ด้วยพลังงานทดแทน และนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการพลังงาน คาดว่าช่วยประหยัดพลังงาน และลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 35-50% สำหรับโครงการฯนี้ มีอายุสัญญา 20 ปี คาดว่า จะมีรายได้รวม 7,500 ล้านบาท ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) อยู่ในระดับ 10% ขึ้นไป
ทั้งนี้ บริษัท จุฬาดิสทริคท์คูลลิ่ง จำกัด เป็นการร่วมทุนระหว่าง 3 บริษัท คือ บีซีพีจี ถือหุ้น 60% บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือทีมกรุ๊ป ถือหุ้น 14%และ เคพเพล ดีเอชซีเอส (Keppel DHCS Pte. Ltd.) ถือหุ้น 25% ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 50 ล้านบาท
“การรุกเข้าสู่ธุรกิจระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling System) ของบีซีพีจี ถือว่าเป็นธุรกิจใหม่ และเป็นพลังงานสีเขียว ซึ่งจะเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยมีแผนที่จะขยายการเติบโตเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าในพื้นที่เมืองใหม่ เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุม คอมมูนิตี้มอลล์ สนามบิน มหาวิทยาลัย และสวนอุตสาหกรรม รวมถึงโครงการที่เป็นรูปแบบมิกซ์ยูส ที่มีความต้องการระบบทำความเย็นภายในอาคาร รวมทั้ง ยังมองโอกาสขยายการเติบโตของธุรกิจใหม่นี้ ไปสู่ตลาดในกลุ่มอาเซียน อย่าง ลาว เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม ที่มีการขยายเมืองใหม่”
สำหรับงบลงทุนของบีซีพีซี ในช่วง 5 ปี(2564-2568) อยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท โดยเตรียมรองรับขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ มีทั้งการลงทุนก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ การเข้าซื้อกิจการ( M&A ) และการพัฒนาโครงการในมือ รวมทั้งลงทุนธุรกิจสมาร์ท เอนเนอร์ยี่ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาบริหารจัดการด้านพลังงานมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า






