ธ.ก.ส.เผย ผลจากการระบาดโควิดรอบใหม่ ทำให้ธนาคารต้องประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าอีกครั้ง หลังการประเมินรอบแรกมีลูกหนี้ที่จะสามารถชำระหนี้ได้ตามปกติเพียง 23% ของการสำรวจ 87%ของลูกหนี้ 7.5 ล้านราย
นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.จะต้องทำการประเมินภาพรวมของลูกหนี้รอบใหม่ เพื่อเตรียมรองรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19รอบใหม่ ทั้งนี้ ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดโควิดรอบใหม่ในประเทศไทย ทางธ.ก.ส.ได้เคยประเมินภาพรวมความสามารถในการชำระหนี้ลูกค้าธ.ก.ส.แล้วจำนวน 87%จากลูกค้า 7.5 ล้านราย
โดยพบว่า จากจำนวนลูกค้าที่ถูกทำการประเมิน มีลูกค้าที่อยู่ในเกณฑ์สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ หรือสีเขียว ในในสัดส่วน 23%ของที่ทำการสำรวจ ,61%เป็นลูกค้าที่ค้างชำระหนี้15 เดือนขึ้นไป หรืออยู่ในกลุ่มสีเหลือง และ 16% เป็นกลุ่มที่ต้องตัดเป็นหนี้สูญ หรือกลุ่มสีแดง
สำหรับกรณีการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่เป็นปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19รอบใหม่นี้ ผลกระทบต่อธนาคารมีไม่มาก เนื่องจากในจังหวัดดังกล่าวมีลูกค้าของธ.ก.ส.ไม่มากนัก
เขายังกล่าวถึงการเป้าการปล่อยสินเชื่อในปีบัญชี 2563/2564 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมี.ค.2564 ว่า เป้าในการปล่อยสินเชื่อรวมอยู่ที่ 1.55 แสนล้านบาท และมีเป้าสินเชื่อเติบโตที่ 7.35 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันทำได้แล้ว 5 หมื่นล้านบาท หรือขยายตัวได้ประมาณ 4%ของสินเชื่อคงค้างในปีบัญชีที่แล้ว ส่วนหนี้เสียอยู่ในระดับ 4%ซึ่ง ธกส.จะคุมไม่ให้เกินระดับนี้
นอกจากนี้ เพื่อช่วยลดภาระและป้องกันไม่ให้ลูกค้าเป็นหนี้เสียธ.ก.ส.ได้มีหลายโครงการสนับสนุน รวมถึง โครงการคืนดอกเบี้ยให้กับลูกค้าที่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ โดย ธกส.ตั้งงบประมาณในโครงการชำระดีมีคืนไว้ 3 พันล้านบาท
เขากล่าวว่า กรณีเกษตรกรลูกหนี้ที่ยังแข็งแรงและประสงค์จะชำระหนี้ให้กับธนาคาร ธนาคารจะคืนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้กับธนาคาร กลับให้ลูกค้าในอัตรา 20 %ของภาระดอกเบี้ยจ่าย แต่ไม่เกิน 3 พันบาท/ราย และกรณีเป็นลูกค้าสถาบันเช่นสหกรณ์การเกษตร จะคืนกลับให้ในอัตรา 10%แต่ไม่เกินรายละ 5 หมื่นบาท
กรณีลูกค้า ธกส.ที่ยังอยู่ในระหว่างการค้างชำระหนี้แล้วอาจมีรายได้พิเศษในระหว่างนี้ และประสงค์จะชำระคืนหนี้ตามงวดที่ครบกำหนด ธกส.จะคืนดอกเบี้ยให้ในอัตราข้างต้นเช่นกัน แต่จะไม่กำหนดเพดานเงินที่จะได้รับคืนต่อรายเหมือนกรณีแรก
ปัจจุบันมีผู้ประสงค์จะชำระหนี้ตามปกติ ราว 5 แสนราย เป็นมูลหนี้ 5 พันล้านบาท และจะได้รับการคืนดอกเบี้ยรวม 700 ล้านบาท
สำหรับโครงการพักหนี้เกษตรกรลูกค้า ธ,ก,ส. จนถึงปัจจุบันมีลูกค้าเข้าโครงการพักหนี้เป็นมูลหนี้รวม 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทยอยครบกำหนดโครงการพักชำระหนี้ในปีหน้าและปี 2565
อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าที่พ้นกำหนดชำระหนี้แล้วยังพบว่ายังมีปัญหาในการชำระหนี้จากภาวะเศรษฐกิจ ธกส.ก็พร้อมที่จะขยายระยะเวลาการพักชำระหนี้ออกไปอีก









